ลักษณะการนำเสนอละครตะวันตก

หมายถึงการสื่อสารสถานการณ์ต่างๆของละครไปยังผู้ชมเพื่อให้ตรงกับเป้าหมายที่ผู้ประพันธ์บทละครกำหนดไว้ ซึ่งแบ่งเป็น 2 ลักษณะ

1.การนำเสนอละครแบบไม่เหมือนจริง(presentational style)

การนำเสนอแบบไม่เหมือนจริงถือเป็นการเสนอละครที่มีจุดมุ่งหมายให้ผู้ชมทราบว่าเป็นการเสดงไม่ใช่ชีวิตจริง ดังนั้น การจัดฉากละครจึงสร้างสรรค์ให้ดูสวยงาม หรูหรา ตระการตา เครื่องแต่งกายของตัวละครจะหรูหรา ระยิบระยับพรั่งพร้อมไปด้วยเครื่องประดับ

ภาษาที่ตัวละครพูด จะเป็นลักษณะโครงฉันท์ กาพย์ กลอน ใช้อุปกรณ์ตกแต่งฉากและอุปกรณ์ประกอบการแสดง เช่น หน้ากาก เพื่อเป็นเครื่องเตือนให้ผู้ชมทราบว่า กำลังดูละครที่แสดงบนเวทีซึ่งเป็นการนำเสนอละครของนาฏศิลป์เกือบทุกประเทศ เช่น งิ้วของจีน กถักลิฬิของอินเดีย และโขนของไทยเป็นต้น

การนำเสนอละครแบบไม่เหมือนจริงเป็นแนวการแสดงที่มาจากปรัชญา จิตนิยม ผู้ชมต้องใช้จินตนาการอย่างสูงเป็นเรื่องเกี่ยวกับเทวาตำนานที่มีความขลัง ความศักดิ์สิทธิ์มีพลังสร้างความประทับใจแก่ผู้ชม จนกลายเป็นพิธีกรรมทางศาสนา การนำเสนอละครแบบไม่เหมือนจริงนี้ มีทั้งประเภทสุขนาฏกรรมและโศกนาฏกรรม เช่น ละครสุขนาฏกรรมของกรีกโบราณ ที่เรียกว่า ละครซาตีร์(satry)

ทั้งนี้ละครแบบไม่เหมือนจริง ประเภทโศกนาฏกรรม เช่นเรื่องกษัตริย์อิดิปุส (King Oedipus)บทประพันธ์ของโซโฟคลิสเป็นละครโศกนาฏกรรมของกรีก อาศัยเค้าโครงเรื่องจากเทวตำนาน กล่าวถึง อิดิปุสโอรสขอกษัตริย์แห่งนครธิบิสเมื่อแรกเกิดมีคำทำนายว่าเขาจะฆ่าบิดาและแต่งงานกับมารดาจึงถูกนำไปทิ้งไว้บนยอดเขาเพื่อให้ตายแต่อิดิปุสได้รับความช่วยเหลือจากษัตริย์แห่งนครโครินธ์ เลี้ยงดูเป็นบุตรบุญธรรมเมื่ออิดิปุสโตขึ้นและรู้เรื่องคำทำนายจึงหนีออกจากนครโครินธ์เพราะไม่รู้ว่าตนเป็นบุตรบุญธรรมทั้งนี้เขาตั้งใจหนีให้พ้นจากคำทำนายระหว่างทางเขาได้พบกับชายแปลกหน้าเกิดถกเถียงและขันแย้งกันอย่างรุนแรงเขาจึงฆ่าชายผู้นั้นตายโดยมิได้เฉลียวใจว่าชายผู้นั้นคือบิดาต่อมาเขาได้เป็นกษัตริย์ของธิบิส และแต่งงานกับโจคาสต้าผู้ซึ่งเป็นมารดาของเขา เมื่อธิบิสเกิดภัยพิบัติ อิดิปุสจึงสั่งให้หาสาเหตุและเมื่อรู้ความจริงทั้งหมดเขาจึงยอมรับชะตากรรม โดยการควักลูกตาตนเองเป็นต้น  

เช่นเรื่อง

maleficent

AVATAR

 

 2. การนำเสนอละครแบบเหมือนจริง(Representational style) เป็นการนำเสนอการแสดงละครที่มุ่งแสดงซึ่งสภาพชีวิตจริงไม่เพ้อฝัน ตัวละครต้องเป็นคนจริงๆมิใช่ตัวละครที่มีปาฏิหาริย์เหาะเหินเดินอากาศได้ หรือมีอาวุธวิเศษที่จะทำรายล้างผู้ต่อสู้มีอำนาจใจการสาปแช่ง ภาพที่ปรากฏบนเวที สถานที่เครื่องตกแต่งฉาก อุปกรณ์การแสดงต้องเป็นภาพที่ปรากฏในชีวิตจริงการนำเสนอแบบเหมือนจริงนี้เกิดขึ้นเมื่อวิทยาศาสตร์เจริญรุ่งเรืองแพร่หลายทำให้มีอิทธิพลต่อแนวคิดของมนุษย์ที่ต้องการของจริงมีเหตุพิสูจน์ได้

ไม่หลงงมงายจากภาพลวงตาที่เกิดขึ้นในการแสดงละครเหมือนในอดีตการนำเสนอละครแบบเหมือนจริงมีทั้งประเภทสุขนาฏกรรมและโศกนาฏกรรม

ละครแบบเหมือนจริงประเภทสุขนาฏกรรมเช่นเรื่อง “สุภาพสตรีหนึ่งผู้ร้ายสอง” (Two crook and a lady) ละครนี้เป็นละครที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งเพราะดำเนินเรื่องน่าตื่นเต้นด้วยความฉลาดของหญิงชราที่อัมพาตสามารถเอาชนะผู้ร้ายสองคนได้

ละครแบบเหมือนจริงประเภทโศกนาฏกรรมเช่นเรื่อง “อวสานของเซลมอน”(Death of Salesman) เป็นละครที่มีชื่อเสียงมากของอาเธอร์มิเลอร์ เป็นการแสดงครั้งแรกในปี ศ.ส. 1949 ที่โรงละครบรอดเวย์เมื่อจบการแสดงผู้ชมลุกขึ้นยืนปรบมือให้กับผู้ชมอย่างสนั่น

เป็นละครที่สะเทือนอารมณ์ของชาวอเมริกันเพราะเป็นเรื่องที่แสดงภาพชีวิตความฝัน ความหวังและความผิดหวังอย่างใกล้เคียงกับชีวิตจริงที่สุด

เรื่องย่อ อวสานของเซลแมน

          วิลี่ โลแมน กลับมาถึงบ้านอย่างสิ้นเรี่ยวแรงหลังจากการยกเลิกไปทำงานที่ รินดาภรรยาของเขากังวลเรื่องสภาพจิตใจและการที่วิลลี่มีอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อเร็วๆนี้ เธอแนะนำให้เขาขอร้องฮาวเวิร์ด วากเกอร์เจ้านายของเขาว่า ขอให้ได้ทำงานอยู่ได้เฉพาะเดือนนี้ เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องขับรถไกลอีก วิลลี่บ่นกับรินดาเรื่อง บิฟฟ์ลูกชาย ที่ชีวิตการงานไม่ไปถึงไหนเลยบิฟฟ์ไม่เคยเข้าเรียนมหาวิยาลัยเพราะสอบตกคณิตศาสตร์ ทั้งๆที่เขาเป็นดาวกีฬาในระดับมัธยมปลายที่มีอนาคตที่สดใส บิฟฟ์กับน้องชายชื่อแฮปปี้ ซึ่งอยู่ระหว่างกลับมาเยี่ยมบ้านเหมือนกับกำลังคุยเรื่องความหลังในวัยเด็กอยู่ เขาคุยเรื่องอาการทางจิตที่ย่ำแย่ของพ่อซึ่งทั้งสองเจออารมณ์ที่แปรปรวนและการที่พ่อพูดคนเดียวประจำ เมื่อวินลี่เดินเข้ามา รู้สึกโมโหลูกทั้งสองคนที่ไม่ประสบพบความสำเร็จอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเพื่อที่จะตามใจพ่อบิฟฟ์กับแฮปปี้บอกกับวิลลี่ว่า บิฟฟ์กำลังจะไปหางานทางธุรกิจในวันรุ่งขึ้น วันต่อมาที่ทำงานของวิลลี่โมโหและเกรี้ยวกราดทวงบุญคุณกับฮาวเวิร์ดเจ้านายที่ไม่ยอมตกลงให้ได้ทำงานในเมื่อตามที่ขอ ฮาวเวิร์ดจึงไล่วิลลี่ออกโดยให้เหตุผลว่าไม่สามารถเป็นตัวแทนของบริษัทได้  และควรเกษียณไปพักผ่อนได้ ขณะเดียวกันที่บิฟฟ์ไม่ได้งานทางธุรกิจหลังจากที่ได้พบกับเจ้านายเก่าของเขาหลังจากที่รอเป็นชั่วโมงๆอดีตเจ้านายเก่าจำเขาไม่ได้ด้วยซ้ำไป

          หลังจากนั้นวิลลี่ไปที่ที่ทำงานของชาร์ลีเพื่อนบ้านบังเอิญเข้าเจอกับเบอร์นาร์ดลูกชายของชาร์ลี(ซึ่งตอนนั้นเป็นนักกฎหมายที่ประสบผลสำเร็จ)เบอร์นาร์ดบอกกับเขาว่าตอนแรกบิฟฟ์ต้องการไปเรียนซ่อมที่โรงเรียนกวดวิชา แต่ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นที่บอสตันตอนที่บิฟฟ์แวะไปหาวิลลี่ทำให้บิฟฟ์เปลี่ยนใจ แฮปปี้บิฟฟ์และวิลลี่นัดกันทานอาหารค่ำกันที่ภัตตาคารวิลลี่ไม่อยากไปฟังข่าวร้านจากบิฟฟ์แฮปปี้พยายามให้บิฟฟ์โกหกพ่อแต่เขาพยายามบอกพ่อว่าที่จริงเกิดอะไรขึ้นแต่ในขณะที่วิลลี่กำลังโกรธและตกอยู่ในภวังค์ของเขาสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตที่บอสตันที่บิฟฟ์ไปหาเขาบิฟฟ์เขาพ่ออยู่ในโรงแรมกับผู้หญิงคนหนึ่งบิฟฟ์เสียความรู้สึกและมองพ่อเปลี่ยนไปบิฟฟ์ออกไปจากภัตตาคารไปอย่างกลัดกลุ้มใจแฮปปี้ตามไปกับผู้หญิงสองคนที่แฮปปี้นำมาด้วยพวกเขาทิ้งวิลลี่สับสนหัวเสียไว้ในภัตตาคารเมื่อทั้งสองคนกลับไปที่บ้านแม่โมโหมากที่ทั้งสองทิ้งพ่อไว้ลำพังที่ภัตตาคาร

          ในขณะนั้น วิลลี่กำลังพูดคนเดียวอยู่นอกบ้านบิฟฟ์ตามออกไปข้างนอกเพื่อจะทำความเข้าใจกับพ่อแค่แป๊ปเดียวก็ลามไปทะเลาะกันเรื่องอื่นๆจนถึงจุดหนึ่งที่บิฟฟ์พยายามที่จะบอกพ่อว่าเขาไม่อยากประสพความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่อะไรเขาทั้งสองอย่างเป็นคนธรรมดาๆบิฟฟ์กอดพ่อและร้องไห้ขณะที่เขาพยายามบอกให้พ่อเลิกยึดติดกับความฝันที่ไม่สอดคล้องกับความจริงเกี่ยวกับลูกชายและอยากให้พ่อยอมรับตัวลูกตามที่เขาเป็นอยู่จริงๆบิฟฟ์บอกพ่อว่าเขารักพ่อ แทนที่จะฟังความจริงที่บิฟฟ์พูดออกมาวิลลี่กลับเข้าใจว่าลูกชายได้ให้อภัยเขาแล้วและคิดว่าบิฟฟจะสานฝันการเป็นนักธุรกิจให้เป็นจริงวิลลี่ตังใจฆ่าตัวตายให้เป็นลักษณะการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์เพื่อบิฟฟ์จะได้เงินจากประกันชีวิตไปเริ่มธุรกิจของตัวเองอย่างไรก็ตาม ในงานศพบิฟฟ์ยืนยันความตั้งใจที่จะไม่เป็นนักธุรกิจตรงข้ามกับแฮปปี้ที่จะเลือกเดินตามรอยพ่อ

เช่นเรื่อง

อวสานของเซลแมน

แรงเงา

ATM เออรักเออเร่อ

 


แบบฝึกหัดก่อนเรียน : ก่อนเรียน
แบบฝึกหัดหลังเรียน :