สวัสดีครับ นักเรียนโกวิทธำรงเชียงใหม่ ที่น่ารักทุกคน ครูมีความประสงค์จะให้นักเรียนรับทราบความรู้เกี่ยวกับผู้บริโภค ว่าเป็นบุคคลสำคัญที่จะมีส่วนผลักดันให้เกิดการผลิตและการจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพรวมทั้งการให้บริการที่มีคุณภาพ แต่สิ่งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากประชาชนในฐานะผู้บริโภคไม่รู้ ไม่เข้าใจและไม่ปกป้องการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค

การคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค เนื้อหาประกอบด้วย
1. ความหมายของผู้บริโภค
2. หลักการและวิธีการเลือกบริโภค
3. บทบาทหน้าที่ของผู้บริโภค ก่อนและหลังเลือกซื้อสินค้าหรือบริการ
4. พฤติกรรมการบริโภคของตนเองและครอบครัว

5. สิทธิ 5 ประการของผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522

6.  การเตรียมตัวร้องทุกข์สำหรับผู้บริโภค

       ผู้บริโภค  หมายถึง  ผู้ซื้อหรือผู้ได้รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจหรือผู้ซึ่งได้รับการเสนอหรือชักชวนจากผู้ประกอบธุรกิจ  เพื่อให้ซื้อสินค้าหรือรับบริการ  และหมายความรวมถึงผู้ใช้สินค้าหรือผู้ได้รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจโดยชอบ  แม้มิได้เสียค่าตอบแทนก็ตาม

 

ก่อนและหลังซื้อสินค้าหรือใช้บริการ อย่าลืม !!
    1.  ตรวจสอบชื่อ/ที่อยู่ของผู้ขาย 
    2.  ตรวจสอบ/ทดลองสินค้าก่อนซื้อ 
    3.  อ่านสัญญาให้รอบคอบ
    4.  อ่านฉลากสินค้าให้เข้าใจ  
    5. เก็บหลักฐานให้ดี เช่น ใบสัญญา ใบเสร็จรับเงิน ใบรับประกัน แผ่นพับโฆษณา


" อ่านฉลากให้ดี-รู้วิธีในการใช้-ไม่เข้าใจต้องซักถาม-อย่าหลงเชื่อตามคำโฆษณา-ทำสัญญาต้อง 'รัดกุม' "

 
 

  ก่อนซื้อสินค้าหรือบริการ

1. ผู้บริโภคต้องใช้ความระมัดระวังตามสมควรในการซื้อสินค้าหรือบริการ เช่น ก่อนซื้อสินค้าให้ตรวจสอบฉลากบนหีบห่อ
ว่ามีการแสดงฉลากครบถ้วนหรือไม่หรือให้พิจาณาข้อความโฆษณาให้รอบคอบและหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้านั้น ๆ ก่อนที่จะตัดสินใจ
เลือกซื้อสินค้า

2. การทำสัญญาผูกพันทางกฎหมายโดยมีการลงลายมือชื่อ ผู้บริโภคต้องตรวจสอบความชัดเจนของเงื่อนไขในสัญญาว่า
เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือไม่ ถ้าไม่เข้าใจเงื่อนไขที่ระบุในสัญญา ให้ปรึกษาผู้ที่มีความรู้ให้แน่ชัดเสียก่อน

  หลังซื้อสินค้าหรือบริการ

1. หลังจากตกลงซื้อสินค้าหรือบริการแล้ว ผู้บริโภคต้องตรวจดูใบเสร็จรับเงินว่ามีการระบุรายละเอียดการซื้อขายสินค้าหรือบริการครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ โดยในใบเสร็จรับเงินจะต้องมีชื่อและสถานที่ตั้งของผู้ขาย ประเภทสินค้าหรือบริการที่ซื้อ ราคา และลงรายชื่อผู้ขายให้ชัดเจนด้วย หากผู้ขายไม่ได้มอบใบเสร็จรับเงินให้ ผู้บริโภคมีหน้าที่ทวงถามใบเสร็จรับเงิน ทั้งนี้เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันการซื้อสินค้าหรือบริการซึ่งหากสินค้าหรือบริการเกิดปัญหา จะสามารถใช้เป็นหลักฐานประกอบการร้องเรียนได้

2. ในกรณีที่มีการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรกับผู้ประกอบธุรกิจ ต้องเก็บเอกสาสัญญาต่าง ๆ โดยเฉพาะเอกสารโฆษณาและใบเสร็จรับเงินไว้ด้วย

3. เมื่อผู้บริโภคถูกละเมิดสิทธิ ผู้บริโภคมีหน้าที่ร้องเรียนตามสิทธิของตน 

          ผู้บริโภคยุคใหม่ ต้องเสริมสร้างนิสัยการใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า โดยก่อนจะตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการใด ให้ตรึกตรองว่าสินค้าเหล่านั้นมีความจำเป็นต่อชีวิตมากน้อยเพียงไหน

     

          ผู้บริโภคส่วนใหญ่มักเห็นแต่ของราคาถูก หรือบางครั้งอาจซื้อสินค้าตามแฟชั่นโดยไม่คำนึงถึงโอกาสในการใช้สอย หรือบางครั้งยอมที่จะจ่ายเงินน้อยเพื่อแลกมาด้วยสินค้าที่มีคุณภาพต่ำ ซึ่งสินค้าคุณภาพต่ำเหล่านั้นมักจะมีสภาพตามราคา ยกตัวอย่างเช่นเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาถูก อาจใช้เพียง 2 – 3 ครั้งก็ชำรุด ทำให้ต้องเสียเงินเสียเวลานำไปซ่อม ซึ่งบางครั้งค่าซ่อมอาจแพงกว่าราคาเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นก็ได้ และหากโชคไม่ดีเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านั้นอาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรจนลุกลามเกิดเป็นไฟไหม้บ้านได้

          นอกจากนี้ ผู้บริโภคต้องหยุดคิดสักนิดก่อนจะตัดสินใจทำสัญญาใด ๆ อย่าเชื่อเพียงแค่คำโฆษณาหรือคำอวดอ้าง ตรวจสอบเงื่อนไขในสัญญาให้รอบคอบว่ามีข้อความตามที่โฆษณาระบุอยู่ด้วยหรือไม่ หากไม่เข้าใจ อย่าดึงดันทำสัญญาไปโดยคิดว่าสามารถแก้ไขได้ทีหลัง ผู้ประกอบธุรกิจส่วนใหญ่จะยึดข้อตกลงตามที่ผู้บริโภคได้ทำสัญญาแม้ว่าภายหลังผู้บริโภคสามารถใช้สิทธิร้องเรียนกรณีสัญญาไม่เป็นธรรมได้ แต่จะต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะได้รับการชดเชยค่าเสียหาย วิธีที่ดีที่สุดคือ ผู้บริโภคต้องรู้จักป้องกันมิให้ถูกเอารัดเอาเปรียบเป็นอันดับแรก

การคุ้มครองผู้บริโภค

พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 ได้บัญญัติสิทธิของผู้ บริโภคที่จะได้รับความคุ้มครอง
ตามกฎหมาย 5 ประการ ดังนี้

1. สิทธิที่จะได้รับข่าวสารรวมทั้งคำพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธิที่ จะได้รับการโฆษณาหรือการ
แสดงฉลากตามความเป็นจริงและปราศจากพิษภัยแก่ผู้บริโภค รวมตลอดถึงสิทธิที่จะได้รับทราบ ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการอย่างถูกต้องและเพียงพอที่จะ
ไม่หลงผิด ในการซื้อสินค้าหรือรับบริการโดยไม่เป็นธรรม 

2. สิทธิที่จะมีอิสระในการเลือกหาสินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธิที่จะเลือกซื้อสินค้าหรือรับบริการโดยความ สมัครใจของผู้บริโภค และปราศจากการ
ชักจูงใจอันไม่เป็นธรรม 

 3. สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับสินค้าหรือบริการที่ปลอดภัย มีสภาพและคุณภาพได้มาตรฐาน
เหมาะสมแก่การใช้ ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายหรือทรัพย์สิน ในกรณีใช้ตามคำแนะนำหรือระมัดระวังตามสภาพของสินค้าหรือบริการนั้นแล้ว 

 4. สิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญา ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับข้อสัญญาโดยไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบธุรกิจ 

 5. สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองและชดใช้ค่าเสียหาย เมื่อมีการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค
ตามข้อ 1, 2, 3 และ 4 ดังกล่าว

การคุ้มครองผู้บริโภค

เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคได้บัญญัติสิทธิผู้บริโภคไว้ 5 ประการ คือ

1.สิทธิที่จะได้รับ.....ข้อมูล

2.สิทธิที่จะได้รับ.....ความปลอดภัย

3.สิทธิที่จะได้รับ....ความเป็นธรรม

4.สิทธิที่จะได้รับ....ค่าเสียหาย

5.สิทธิที่จะได้รับ.....อิสระ...ในการเลือก

กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค

1.พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2541

     1.1. ด้านโฆษณา      ดูแลด้านโฆษณา ป้องกันความเสียหายจากโฆษณา ตรวจสอบโฆษณา

      1.2.ด้านฉลาก         ควบคุมฉลากในสินค้าที่อาจก่อให้เกิดอันตราย มีอำนาจสั่งให้แก้ไขฉลากที่ไม่ถูกต้อง

       1.3.ด้านสัญญา       เช่นการประกอบะรกิจที่ขายสินค้าหรือให้บริการที่กฎหมายกำหนดให้ต้องทำเป็นหนังสือ เช่น ขายอสังหาริมทรัพย์   ให้บริการทางธุรกิจ การเงิน การธนาคาร สัญญา

2.พ.ร.บ.ราคาสินค้า ธนาคาร พ.ศ.2542  ประกาศ กำหนดราคาสินค้า บริการที่ควบคุม

3.พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2542 ป้องกันการผูกขาด มิให้มีการกำหนดราคาซื้อหรือขายสินค้าหรือบริการอย่างไม่เป็นธรรม

4.พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 เกี่ยวกับการผลิต นำเข้า จำหน่ายยาแผนปัจจุบัน เช่น ต้องไม่โอ้อวดสรรพคุณ

5.พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 ควบคุมคุณภาพอาหาร

6.พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2535

 
การเตรียมตัวเพื่อร้องทุกข์สำหรับผู้บริโภค
 
การเตรียมเอกสาร หลักฐานของผู้ร้องเรียน
  ผู้ร้องเรียนจะต้องเตรียม เอกสารหลักฐานให้พร้อม เพื่อจะนำมาใช้ประกอบกับการบันทึกร้องเรียน ดังนี้
กรณีร้องเรียนเรื่องบ้าน ที่ดินจัดสรรและอาคารชุด (เอกสารทั้งหมดให้ถ่ายสำเนา 5 ชุด)
1. บัตรประจำตัวประชาชน/บัตรประจำตัวข้าราชการ
2. ทะเบียนบ้านผู้ร้องเรียน
3. ที่อยู่ที่สามารถติดต่อกับผู้ประกอบธุรกิจ
4. หนังสือจอง,สัญญาจอง,สัญญาจะซื้อขาย
5. เอกสารโฆษณา,ภาพถ่าย (ถ้ามี)
6. ใบเสร็จรับเงิน,เอกสารรับเงินเรียงรับดับการชำระค่างวด
7. หนังสือ, จดหมายโต้ตอบระหว่างผู้ร้องเรียน กับผู้ประกอบธุรกิจ (ถ้ามี)
8. เอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเช่นสำเนาโฉนดที่ดิน สำเนาหนังสือรับรอง ทะเบียนนิติบุคคล เป็นต้น
9. เตรียมไปรษณียบัตร จำนวน 1 แผ่นพร้อมกรอก ชื่อ -ที่อยู่ของ ผู้ร้องเรียน
10. เตรียมอากรแสตมป์จำนวน 30 บาท
   
การยื่นเรื่องร้องเรียน
  ผู้บริโภคยื่นเรื่องร้องเรียน ที่สำนักงานคณะกรรมการ คุ้มครองผู้บริโภค (กรุงเทพฯ) หรือคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้ บริโภคประจำจังหวัดในจังหวัดที่ท่านอาศัยอยู่ โดยมีขั้นตอนดังนี้
1. ผู้ร้องเรียนกรอกรายละเอียด ในแบบบันทึกคำร้องเรียนพร้อมแนบเอกสาร (เอกสารลงชื่อรับรองสำเนาทุกฉบับ) มอบให้เจ้าหน้าที่
2. ผู้ร้องเรียนกรอกรายละเอียด ในแบบหนังสือมอบอำนาจ (มอบอำนาจให้ สคบ. ดำเนินการแทนผู้ร้อง) พร้อมติดอากรแสตมป์จำนวน 30 บาท
3. กรณีผู้บริโภคไม่สามารถร้องเรียนด้วยตนเองได้ ผู้มาร้องเรียนแทน จะต้องมีหนังสือรับรองมอบ อำนาจจากผู้บริโภค (พร้อมติดอากรแสตมป์จำนวน 30 บาท) นำมายื่นต่อเจ้าหน้าที่ด้วย

หมายเหตุ

       สายด่วย สคบ. 1166

       สายด่วน อย. 1556


แบบฝึกหัดก่อนเรียน : การคุ้มครองผู้บริโภค
แบบฝึกหัดหลังเรียน : การคุ้มครองผู้บริโภค
เอกสารที่แนบ : เอกสาร เรื่อง บทเรียนที่ 3 การคุ้มครองผู้บริโภค