เรื่อง ความรุนแรง ชั้นม.4

ความรุนแรงคืออะไร?

ความรุนแรง เป็นพฤติกรรมหรือการกระทำใดๆ ก็ตามที่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ทั้งทางร่างกาย วาจา จิตใจ หรือทางเพศ และนำมาซึ่งอันตรายหรือความทุกข์ทรมานต่อผู้ถูกกระทำทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

ความรุนแรงมีกี่ประเภท?

1. ความรุนแรงทางด้านร่างกาย เช่น การทุบตีทำร้ายร่างกาย ตบ เตะ ต่อย การใช้อาวุธ เป็นต้น
2. ความรุนแรงทางด้านจิตใจ เช่น การใช้คำพูด กิริยา หรือการกระทำที่เป็นการดูถูกดูหมิ่น เหยียดหยาม ด่าว่า ให้อับอาย การกลั่นแกล้ง ทรมานให้เจ็บช้ำน้ำใจ การบังคับ ข่มขู่ กักขัง ควบคุม ไม่ให้แสดงความคิดเห็น การหึงหวง การเลือกปฏิบัติ การเอารัดเอาเปรียบ การตักตวงผลประโยชน์ การถูกทอดทิ้ง ไม่ได้รับการเอาใจใส่เลี้ยงดู เป็นต้น
3. ความรุนแรงทางเพศ เช่น การถูกละเมิดทางเพศ การพูดเรื่องลามกอนาจาร การแอบดู การจับต้องของสงวน การบังคับให้เปลื้องผ้า การบังคับให้มีเพศสัมพันธ์ เป็นต้น

อะไรคือสาเหตุของการใช้ความรุนแรง?

เมื่อพูดถึงสาเหตุ ต้องคิดถึงผู้กระทำความรุนแรง มิใช่ผู้ถูกกระทำ โดยทั่วไปความรุนแรงมักเกิดมาจาก

1. ลักษณะส่วนตัวของผู้กระทำความรุนแรง
- เป็นกมลสันดาน ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก
- เลียนแบบบิดา มารดา ที่ชอบใช้ความรุนแรง ได้แบบอย่างจากหนังสือ โทรทัศน์
- ไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนในเรื่องผิดชอบชั่วดี ครอบครัวขาดความอบอุ่น
- เจ็บป่วยด้วยโรคบางอย่าง ทำให้ควบคุมตนเองไม่ได้ เช่น โรคจิต โรคประสาท เป็นต้น

2. ทัศนคติ ค่านิยม และความเชื่อผิดๆ ของผู้กระทำความรุนแรง ตลอดจนความเชื่อดั้งเดิมผิดๆ ที่เรียกว่ามายาคติ (myths) ซึ่งมีอิทธิพลต่อวิธีคิดและพฤติกรรมทั้งของ ผู้กระทำ ผู้ถูกกระทำ และบุคคลอื่นๆ

- ความเชื่อบางอย่างส่งเสริมให้เกิดความรุนแรง เช่น ผู้ที่มีอำนาจมีสิทธิกระทำอะไรก็ได้กับผู้ที่ด้อยกว่า ผู้ชายเป็นเพศท ี่แข็งแรงกว่าผู้หญิง ผู้ชายเป็นผู้นำผู้หญิงเป็นผู้ตาม ภรรยาเป็นสมบัติของสามี เป็นต้น
- ความเชื่อบางอย่างส่งเสริมให้ผู้กระทำไม่ต้องรับผิดชอบต่อการใช้ความรุนแรง เช่น ความเมาทำให้ควบคุมตนเองไม่ได้ ไม่ได้ตั้งใจกระทำ เป็นต้น
- ความเชื่อบางอย่างเป็นการยอมรับให้มีการใช้ความรุนแรง เช่น ความรุนแรงเป็นเรื่องส่วนตัว น่าอับอาย คนทะเลาะกัน ผู้อื่นไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว เป็นต้น
- ความเชื่อบางอย่างส่งเสริมให้ผู้ถูกกระทำความรุนแรงเป็นฝ่ายรับผิดชอบ เช่น ผู้ถูกกระทำเป็นผู้ยั่วยุหรือยั่วยวน ทำหน้าที่บกพร่อง ประพฤติตัวไม่ดี เป็นต้น
- ความเชื่อบางอย่างทำให้ขาดความระมัดระวังตัว เช่น คนที่เรารู้จักจะไม่กล้าล่วงเกินทางเพศเรา คนในครอบครัวหรือ บุคคลใกล้ชิดจะไม่ทำร้ายเรา เป็นต้น
- ความเชื่อบางอย่างทำให้ขาดการเอาใจใส่คนบางกลุ่มไป เช่น ความรุนแรงเกิดขึ้นเฉพาะคนในกลุ่มที่มีฐานะยากจน เป็นต้น
- นอกจากนั้นผู้ที่ถูกกระทำบางคนไม่ทราบว่าตนเองถูกกระทำ เข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องปกติ ทำให้ถูกกระทำซ้ำซาก 
- บางรายมีความเชื่อผิดๆ ว่าการถูกกระทำเป็นเรื่องน่าอับอาย เป็นความผิดของตนเอง เกรงว่าถ้าผู้ปกครองหรือ อาจารย์ทราบแล้วจะถูกลงโทษ ทำให้ปกปิดเรื่องไว้ และทนต่อการถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำอีกโดยไม่ได้รับความช่วยเหลือ

3. สังคมและสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้เกิดความรุนแรง เช่น สื่อต่าง ๆ เป็นต้น

ความรุนแรงมีผลกระทบอย่างไร?

ความรุนแรงมีผลต่อผู้ถูกกระทำทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

ด้านร่างกาย : ทำให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพ พิการ หรือเสียชีวิต

ด้านจิตใจ : เสียใจ ซึมเศร้า รู้สึกตนเองไร้คุณค่า โกรธ อับอาย เครียด วิตกกังวล ทำร้ายตัวเอง หันมาใช้ความรุนแรง ในการตอบโต้ บางคนอาจไม่สนใจเรียนหนังสือ ประพฤติตัวประชดประชันโดยการใช้ยาเสพติด เที่ยวเตร่ หนีออกจาก บ้าน ทำให้เสียอนาคต และนำความเสียใจมาสู่บิดามารดา

          ดังนั้นการรณรงค์เพื่อลดปัญหาความรุนแรงส่วนหนึ่ง จึงต้องมุ่งที่การปรับเปลี่ยนมายาคติหรือความเชื่อผิดๆ ที่มีมา แต่ดั้งเดิม เพื่อให้ทุกคนเกิดความตระหนักว่าความรุนแรงสามารถเกิดขึ้นได้และมีผลกระทบมาก ยอมรับว่าปัญหา ความรุนแรงไม่ใช่เรื่องส่วนตัวที่ต้องอับอายและปกปิด แต่ต้องแสวงหาวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น เมื่อเกิดขึ้นแล้วต้อง หาทางแก้ไข ตลอดจนแสวงหาข้อมูลเรื่องวิธีการป้องกัน การแก้ไขปัญหา และแหล่งช่วยเหลือต่างๆ

ปัญหาและแนวทางการป้องกันความรุนแรงในสังคม

 


ปัญหาและแนวทางการป้องกันความรุนแรงในสังคม

                ปัญหาความรุนแรงมีจุดเริ่มต้นมาจากความขัดแย้ง  ความรุนแรงในสังคมเกิดจากการมีผู้ก่อความรุนแรง ซึ่งมีจำนวนไม่มากนัก   แต่ผู้ได้รับผลกระทบหรือเหยื่อของความรุนแรงเป็นผู้บริสุทธิ์  แต่ต้องถูกทำร้ายมีเป็นจำนวนมาก

                ความขัดแย้งในระดับพื้นฐานเกิดขึ้นภายในครอบครัว  เมื่อพ่อแม่มีความขัดแย้งกัน  ผลกระทบอาจตกอยู่ที่ลูก  หากเป็นวัยรุ่นจะทำให้เกิดความไม่มั่นคงในอารมณ์  ขาดการยอมรับตนเอง  ถ้าสามารถปรับตัวได้ก็จะผ่านพ้นความขัดแย้งไปได้โดยวิธีการประนีประนอม  แต่ถ้าวัยรุ่นมีความขัดแย้งที่รุนแรงและยาวนาน  จะพัฒนาเป็นความรุนแรงในสังคมต่อไป

1.สาเหตุของการเกิดความรุนแรงในสังคมและผลกระทบต่อบุคคล  ครอบครัวและสังคม

                1.1สาเหตุของการเกิดความรุนแรงในสังคม

                     ความรุนแรงในสังคม  เช่น  การลักทรัพย์  การระบาดของสิ่งเสพย์ติด  ซึ่งได้แพร่เข้าไปตามโรงเรียน หรือการมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง  เป็นต้น

     การเกิดความรุนแรงในสังคม  มีสาเหตุดังนี้

     1.ความขัดแย้งของประชาชนในเรื่องสิทธิมนุษย์ชน  ด้านมนุษยธรรมและความเป็นพลเมือง

     2.การนำเสนอเรื่องที่ใช้ความรุนแรงจากสื่อมวลชน  เช่น  โทรทัศน์  ภาพยนตร์  อินเทอร์เน็ต  ซึ่งสื่อที่กล่าวมาล้วนมีส่วนกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงในสังคมได้

     3.รูปแบบของการพนัน  เช่น  สลากกินแบ่ง(หวยบนดิน)  บ่อน  การพนัน  ฟุตบอลและมวย  เป็นต้น ซึ่งก่อให้เกิดความรุนแรง  ได้แก่  การอยากรวยโดยไม่ต้องประกอบอาชีพ   และการแสวงหาความสนุก  เพลิดเพลินโดยปราศจากความสำนึกผิดชอบ

     4.มีพฤติกรรมก้าวร้าว  พฤติกรรมความรุนแรง

     5.มีพฤติกรรมต่อต้านสังคม  การทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกาย  โดยมีการกระทำผิดต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น

     6.พฤติกรรมการเล่นพนันฟุตบอลของเด็กและเยาวชน

     7.พฤติกรรมการใช้สารเสพติด  และการหนีโรงเรียน

     8.พฤติกรรมการยกพวกตีกันของนักศึกษาระหว่างสถาบัน

     9.อาชญากรรม  สงครามและการก่อการร้าย

     10.ธุรกิจการค้าบริการทางเพศ  ปัญหาโสเภณีเด็ก

     11.การค้าสารเสพติด

     12.การก่ออาชญากรรมทางเพศ  ข่มขืนแล้วทำร้ายจนเสียชีวิต

                          สาเหตุของการเกิดความรุนแรงในสังคมมีมากมายหลายรูปแบบ  แต่ในที่นี้ขออธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการก่อการร้าย  เพราะเป็นสาเหตุของการเกิดความรุนแรงในสังคมที่มีผลกระทบต่อคนในหลายประเทศ โดยมีผู้ถูกกระทำหรือเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายต้องบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

                     การก่อการร้าย

                           การก่อการร้ายเป็นการใช้กำลัง  การใช้ความรุนแรงในรูปแบบต่างๆเพื่อกดดันทั้งทางตรงและทางอ้อม  โดยกลุ่มบุคคลหรือองค์กรที่ถูกจัดตั้งขึ้นมา  เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักทางการเมืองในลักษณะของการต่อต้าน  โค่นล้ม  กุมอำนาจ  หรือต่อรองอำนาจของรัฐกับรัฐบาลเพื่อปลดปล่อยกลุ่มของตนหรืออื่นๆให้เป็นอิสระจากอำนาจ อิทธิพล  การปกครองของรัฐอื่น

                           การก่อการร้ายเป็นสถานการณ์ที่ซับซ้อน  มีพัฒนาการที่เพิ่มความรุนแรงมากขึ้น  โดยขยายตัวเป็นการก่อการร้ายสากล  ทำให้ทุกประเทศมีความเสี่ยงต่อภัยคุกคามที่มาจากการก่อการร้าย  นับเป็นความรุนแรงในสังคมที่น่ากลัวและอันตรายเป็นอันดับหนึ่ง

                           ตัวอย่างการก่อการร้ายทั้งในระดับโลก  ระดับภูมิภาคและในระดับประเทศ

                           -การก่อการร้ายในประเทศสหรัฐอเมริกา  เมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ.2544

                           -การวางระเบิดที่บาหลี  ประเทศอินโดนีเซีย  เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ.2545

                           -การวางระเบิดที่กรุงอิสตันบูล  ประเทศตุรกี  เมื่อวันที่ 15 และ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2546

                           การก่อการร้ายเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการขยายขอบเขตที่กว้างขวางและอัตราความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นของการก่อการร้ายทั่วโลก

                 1.2ผลกระทบของความรุนแรงในสังคม

                     ผลกระทบของความรุนแรงในสังคมที่เกิดต่อบุคคล  ครอบครัว  และสังคม  มีดังนี้

  1.ผลกระทบต่อบุคคล

                              1.)ถูกทำร้ายร่างกายทำให้เกิดการบาดเจ็บ  พิการ  หรือเสียชีวิต

                    2.)สภาพของจิตใจถูกกระทบกระเทือน  มีความวิตกกังวล  ซึมเศร้า  เหม่อลอย  ขาดสมาธิ

                    3.)เกิดความสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

                    4.)เกิดการเลียนแบบผู้กระทำความรุนแรง

                    5.)มีพฤติกรรมต่อต้านสังคม

                2.ผลกระทบต่อครอบครัว

                    1.)ครอบครัวแตกแยก  มีปัญหาความสัมพันธ์ภายในครอบครัว  เกิดการเป็นหม้าย  หรือกำพร้าขาดบิดามารดา

                    2.)เกิดความยากจนและว่างงาน  เพราะบิดามารดาต้องหยุดงานหือไม่มีงานทำ  ทำให้ครอบครัวขาดรายได้

                3.ผลกระทบต่อสังคม

                    1.)สังคมเดือดร้อน  เกิดความหวาดระแวง  ขาดความสงบสุข  ประเทศขาดความมั่นคงและความปลอดภัย

                    2.)สิ่งแวดล้อมในสังคมไม่ปลอดภัย  มีปัญหาอาชญากรรม  การจลาจล  การลอบทำร้าย  การก่อการร้าย  โดนลูกหลง  เป็นต้น

                    3.)เกิดความรุนแรงในโรงเรียน  เพราะอิทธิพลจากสื่อมวลชน  อินเทอร์เน็ตและเกมคอมพิวเตอร์ที่ใช้ความรุนแรง

                    4.)มีปัญหาเศรษฐกิจ  รวมทั้งมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ

2.แนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันปัญหาความรุนแรงในสังคม

                การป้องกันปัญหาความรุนแรงในสังคมเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของประชาชนทุกคนในสังคม  ทั้งหน่วยงานต่างๆ  ทั้งภาครัฐและเอกชนชุมชนด้วย  โดยมีแนวทางปฏิบัติดังนี้

                1.ระดับบุคคล

                   1.)รู้จักใช้เวลาว่างในทางสร้างสรรค์  เป็นสิ่งที่สำคัญมาก  จะช่วยให้ไม่ไปรวมกลุ่มสร้างปัญหาพฤติกรรมความรุนแรงต่างๆในสังคม

                    2.)รู้จักยั้งคิด  มีการยับยั้งตนเองไม่เป็นผู้ก่อการความรุนแรงให้แก่สังคม

                    3.)การฝึกเพื่อเสริมสร้างจิตลักษณะในการป้องกันพฤติกรรมทะเลาะวิวาท

                    4.)การส่งเสริมการอยู่ร่วมกันโดยสงบสุข  ถ้อยทีถ้อยอาศัย  มีความเอื้ออาทร  ไว้วางใจซึ่งกันและกัน

                2.ระดับชุมชน

                    1.)จัดการคุ้มครองความปลอดภัยแก่สตรี  เด็ก  ผู้สูงอายุ  และผู้ด้อยโอกาส

                    2.)ออกกฎหมายควบคุมการพกพาและมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง

                    3.)จัดกำลังเพื่อต่อสู้กับอาชญากรรม

                    4.)ป้องกันการค้าอาวุธ  การทุจริตคอรัปชั่น  และการค้าที่ผิดกฎหมาย

                    5.)มีระบบปรึกษาความปลอดภัยให้แก่ประชาชนอย่างเข้มแข็ง

3.สรุป

            ปัญหาความรุนแรงในสังคมเป็นปัญหาสากลมีผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนในหลายประเทศ  เช่น  ปัญหาการก่อการร้าย  ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่  สภาพสังคมและเศรษฐกิจ  เสรีภาพการเดินทางระหว่างประเทศและความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน  ดังนั้นการเรียนรู้ถึงแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันปัญหาความรุนแรงในสังคม  จึงต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนทุกคน  เพื่อลดโอกาสและความเป็นไปได้ในการก่อการร้าย  อันจะนำมาซึ่งปัญหาความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้น  ชีวิตทุกคนในสังคมจึงจะปลอดภัยจากภัยก่อการร้ายสากล

2.แนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันปัญหาความรุนแรงในสังคม

 การป้องกันปัญหาความรุนแรงในสังคมเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของประชาชนทุกคนในสังคม  ทั้งหน่วยงานต่างๆ  ทั้งภาครัฐและเอกชนชุมชนด้วย  โดยมีแนวทางปฏิบัติดังนี้

                1.ระดับบุคคล

                   1.)รู้จักใช้เวลาว่างในทางสร้างสรรค์  เป็นสิ่งที่สำคัญมาก  จะช่วยให้ไม่ไปรวมกลุ่มสร้างปัญหาพฤติกรรมความรุนแรงต่างๆในสังคม

                    2.)รู้จักยั้งคิด  มีการยับยั้งตนเองไม่เป็นผู้ก่อการความรุนแรงให้แก่สังคม

                    3.)การฝึกเพื่อเสริมสร้างจิตลักษณะในการป้องกันพฤติกรรมทะเลาะวิวาท

                    4.)การส่งเสริมการอยู่ร่วมกันโดยสงบสุข  ถ้อยทีถ้อยอาศัย  มีความเอื้ออาทร  ไว้วางใจซึ่งกันและกัน

                2.ระดับชุมชน

                    1.)จัดการคุ้มครองความปลอดภัยแก่สตรี  เด็ก  ผู้สูงอายุ  และผู้ด้อยโอกาส

                    2.)ออกกฎหมายควบคุมการพกพาและมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง

                    3.)จัดกำลังเพื่อต่อสู้กับอาชญากรรม

                    4.)ป้องกันการค้าอาวุธ  การทุจริตคอรัปชั่น  และการค้าที่ผิดกฎหมาย

                    5.)มีระบบปรึกษาความปลอดภัยให้แก่ประชาชนอย่างเข้มแข็ง

 


แบบฝึกหัดก่อนเรียน : 
แบบฝึกหัดหลังเรียน :