วิธีการใช้เครื่องดนตรีสากลและการดูแลรักษาได้อย่างถูกต้อง

                วิธีการใช้และดูแลรักษาเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสาย(String Instruments)

1.  เครื่องสายประเภทสี ได้แก่ ไวโอลิน (Violin) วิโอลา (Viola) วิโอลอนเชลโล (Violoncello) และดับเบิลเบส (Double Bass) เป็นเครื่องสายที่มีวิธีการเกิดเสียงโดยใช้คันชักสีลงบนสายของเครื่องดนตรี ในขณะบรรเลงควรคำนึงถึงการใช้คันชักอยู่เสมอ เพราะวัสดุนี้ใช้สีกับสายเรียกว่า หางม้า ซึ่งมีความบอบบาง หากสีคันชักรุนแรงมากเกินไปอาจทำให้หางม้าขาดได้

2.  ก่อนบรรเลงเครื่องดนตรีที่ใช้หางม้า ควรมีการถูยางสนก่อน เพื่อเพิ่มความยืดให้แก่สาย

3.  การถือไม่ควรแกว่งไปมา เพราะอาจกระแทกกับสิ่งของทำให้เกิดความเสียหายได้

4.  ไม่ควรนำคันชักของเครื่องสีมาใช้ในลักษณะอื่นๆ เช่น แกว่งเล่นไปมา หรือนำไปเคาะ ตีที่พื้นหรือนำไปเล่นหยอกล้อกัน เพราะอาจทำให้เกิดรอยร้าว หัก และความเสียหายได้

5.  เมื่อบรรเลงเสร็จ ควรนำผ้าที่มีความนุ่มเช็ดตัวเครื่อง เพื่อทำความสะอาดคราบยางสนที่ติดอยู่บริเวณตัวเครื่องและคันชัก

6.  การเก็บเครื่องดนตรีประเภทสีนั้น ควรมีกล่องใส่ที่พอเหมาะกับเครื่องดนตรีนั้นๆ และไม่ควรแยกเก็บระหว่างคันชักกับตัวเครื่องดนตรีเพราะอาจเกิดการสูญหายได้

7.  กีตาร์ (Guitar) เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสาย ที่มีลักษณะการดีดเพื่อให้เกิดเสียง เมื่อบรรเลงเสร็จควรมีการเช็ดสายด้วยผ้านุ่มทุกครั้ง เนื่องจากคราบเหงื่อจากนิ้วอาจสะสมและกัดสายกีตาร์ได้

8.  การวางกีตาร์ควรวางคว่ำด้านหน้าลงกับพื้น เพื่อป้องกันลูกบิดที่ใช้ปรับสายกระทบ-กระเทือนกับพื้นทำให้สายคลายและเสียงเพี้ยนได้

9.  ควรเก็บกีตาร์ไว้ในกล่องที่มีความเหมาะสมกับเครื่องดนตรีเพื่อป้องกันกระทบกระเทือนจากสิ่งต่างๆ

10.  เครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายส่วนใหญ่นิยมสร้างจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ ดังนั้น ผิวของเครื่องดนตรีมีความบอบบาง ในการวางเครื่องดนตรี ควรวางด้วยน้ำหนักมือที่เบา เพื่อป้องกันการกระแทกและรอยขีดข่วน และไม่ควรวางพิงฝาผนัง หรือในที่นี่อาจทำให้เครื่องดนตรีเกิดการชำรุดเสียหาย 

วิธีการใช้และดูแลรักษาเครื่องดนตรีประเภทเครื่องลมทองเหลือง (Brass Instruments)

1.  เมื่อบรรเลงเครื่องลมทองเหลือง ได้แก่ ทรัมเป็ต (Trumpet) ทรอมโบน (Trombone) ทูบา (Tuba) และเฟรนช์  ฮอร์น (French Horn) ควรมีการล้างโดยล้างด้วยน้ำยาเฉพาะเครื่องแล้วเช็ดด้วยผ้าแห้งทุกครั้ง เพื่อเป็นการซับน้ำลาย และทำความสะอาดไม่ให้เกิดเชื้อโรค

2.  การวางเครื่องดนตรีควรมีขาตั้งหรือที่วางโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนของลำโพง และตัวเครื่องดนตรี ยกเว้นทูบา (Tuba) เป็นเครื่องดนตรีที่มีขนาดใหญ่ ควรใช้วิธีวางราบกับพื้น ไม่ควรพิงฝาผนัง เพราะอาจล้มจนเกิดความเสียหายต่อตัวเครื่องและทำให้เสียงของทูบาเพี้ยนได้

                วิธีการใช้และดูแลรักษาเครื่องดนตรีประเภทลิ่มนิ้ว (Keyboard Instruments)

1.  ขณะบรรเลง เปียโน (Piano) หรืออิเล็กโทน (Electone) ซึ่งต้องใช้นิ้วในการกด ควรกดด้วยกำลังที่พอดีไม่รุนแรงจนเกินไป เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดต่อลิ้มนิ้ว

2.  เมื่อบรรเลงเสร็จ ควรปิดฝาลิ่มนิ้ว หรือเก็บใส่กล่องให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันการกระทบ-กระเทือนจากสิ่งของ จนลิ่มนิ้วหรือตัวคีย์บอร์ดเสียหายได้

3.  ควรมีผ้าสำหรับเช็ดเครื่องดนตรีทุกครั้งหลังบรรเลงเสร็จ

4.  ควรมีผ้าคลุมเครื่องเพื่อป้องกันฝุ่นละออง

5.  ไม่ควรนำวัสดุหรือภาชนะที่มีน้ำบรรจุอยู่วางไว้บนตัวเครื่องดนตรีเพราะอาจเกิดการหกหรือคว่ำ ทำให้เกิดความเสียหายให้แก่ตัวเครื่องได้  

วิธีการใช้และดูแลรักษาเครื่องดนตรีประเภทประกอบจังหวะ (percussion Instruments)

1.  กลองใหญ่ (Bass drum) และกลองแต๊ก (Snare drum) เป็นเครื่องดนตรีที่ขึง  หน้ากลองด้วยพลาสติกพิเศษ ขณะบรรเลงควรตีด้วยความระมัดระวัง และใช้ไม้ตีเฉพาะของแต่ละเครื่องเท่านั้น เพื่อป้องกันหน้ากลองแตกหรือเสียหายจากการตี

2.  รำมะนา (Tambourine) เป็นเครื่องดนตรีที่ขึงหน้ากลองด้วยหนังสัตว์ การดูแลรักษาควรระมัดระวังอย่าให้หน้ากลองโดนน้ำเพราะจะทำให้หน้ากลองหย่อนหรือชื้นและขึ้นราได้

3.  ฉาบ (Cymbals) เมื่อบรรเลงเสร็จควรเก็บใส่ถุงให้เรียบร้อยเพราะเป็นเครื่องดนตรี   มีความบางและคม อาจทำให้เกิดอันตรายแก่ผู้บรรเลงได้

4.  สามเหลี่ยม และลูกแซก หลังจากบรรเลงเสร็จควรใช้ผ้านุ่มเช็ดทำความสะอาด

5.  ควรมีผ้าคุลมกล่องหรือถุงใส่เครื่องดนตรีแต่ละอย่างโดยเฉพาะเพื่อป้องกันฝุ่นละออง

6.  การวางเครื่องตี ไม่ควรนำมาวางซ้อนกัน เพราะน้ำหนักของสิ่งของที่วางทับหน้ากลองหย่อน หรือเกิดความเสียหายได้

7.  ควรมีถุงหรือกล่องสำหรับใส่ไม้ตีของแต่ละเครื่องดนตรี

 


แบบฝึกหัดก่อนเรียน : 
แบบฝึกหัดหลังเรียน : การใช้ ดูแล และเก็บรักษาเครื่องดนตรี
เอกสารที่แนบ : เอกสาร เรื่อง วิธีการใช้ ดูแล และเก็บรักษาเครื่องดนตรี ชั้นม.1