แผ่นดินไหว(ภัยพิบัติ)

                 แผ่นดินไหว :เป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติ เกิดจากการเคลื่อนตัวโดยฉับพลันของ        เปลือกโลก ส่วนใหญ่ แผ่นดินไหวมักเกิดตรงบริเวณขอบ ของแผ่นเปลือกโลกเป็นแนวแผ่นดินไหวของโลก การเคลื่อนตัวดังกล่าว เกิดขึ้นเนื่องจากชั้นหินหลอมละลาย ที่อยู่ภายใต้เปลือกโลก ได้รับพลังงานความร้อนจากแกนโลก และลอยตัวผลักดันให้เปลือกโลกตอนบนตลอดเวลา ทำให้    เปลือกโลกแต่ละชิ้นมีการเคลื่อนที่ในทิศทางต่าง ๆ กันพร้อมกับสะสมพลังงานไว้ภายใน บริเวณขอบของชิ้นเปลือกโลกจึงเป็นส่วนที่ชนกันเสียดสีกัน หรือแยกจากกัน หากบริเวณขอบของชิ้นเปลือกโลกใด ๆ ไม่ผ่านหรืออยู่ใกล้กับประเทศใดประเทศนั้น ก็จะมีความเสี่ยงต่อภัยแผ่นดินไหวสูง เช่น ประเทศญี่ปุ่น ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศอินโดนีเซีย นิวซีแลนด์ เป็นต้น นอกจากนั้นพลังที่สะสมในเปลือกโลก ถูกส่งผ่านไปยังเปลือกโลกพื้นของทวีป ตรงบริเวณรอยร้าวของหินใต้พื้นโลกหรือที่เรียกว่า " รอยเลื่อน " เมื่อระนาบ รอยร้าวที่ประกบกันอยู่ได้รับแรงอัดมาก ๆ         ก็จะทำ ให้รอยเลื่อนมีการเคลื่อนตัวอย่างฉับพลันเกิดเป็น แผ่นดินไหวเช่นเดียวกัน  แผ่นดินไหว ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อชีวิต และทรัพย์สินของมนุษย์ได้เป็นบริเวณกว้าง  ไม่ว่าทางตรงหรือ   ทางอ้อม สิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเผชิญภัยแผ่นดินไหว คือการเตรียมพร้อมที่ดี ควรมีมาตรการ/จัดทำแผนในการป้องกันและบรรเทาภัยแผ่นดินไหวทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เช่น การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับธรรมชาติของแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหว รอยเลื่อนต่าง ๆ ให้ความรู้ และ     ข้อควรปฏิบัติเมื่อเกิดแผ่นดินไหวต่อประชาชน ให้มีการแบ่งเขตแผ่นดินไหวตามความเหมาะสมของความเสี่ยงภัย ออกกฎหมายให้อาคารสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ สามารถรับแรงแผ่นดินไหวตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่เสี่ยงภัย มีการวางแผนการจัดการที่ดี หากเกิดความเสียหายร้ายแรงหลังการเกิดแผ่นดินไหว เป็นต้น 

  
                

  แหล่งกำเนิดแผ่นดินไหว

             แนวแผ่นดินไหวของโลก ตรงบริเวณขอบของแผ่นเปลือกโลก ในกรณีของประเทศไทย แนวแผ่นดินไหวโลกที่ใกล้ ๆ ได้แก่ แนวในมหาสมุทรอินเดีย สุมาตรา และ ประเทศพม่า
 แนวรอยเลื่อนต่าง ๆ ในกรณีประเทศไทย ได้แก่ แนวรอยเลื่อนในประเทศเพื่อนบ้าน พม่า              จีนตอนใต้ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวบริเวณที่มนุษย์มีกิจกรรมกระตุ้นให้เกิด     แผ่นดินไหว เช่น เหมือง เขื่อน บ่อน้ำมัน เป็นต้นแนวรอยเลื่อนภายในประเทศซึ่งส่วนใหญ่อยู่         ในภาคเหนือ และภาคตะวันตก  ที่น่าสังเกต คือ แนวรอยเลื่อนบางแห่งเท่านั้นมีความสัมพันธ์            กับเกิดแผ่นดินไหว เช่น รอยเลื่อนแพร่ รอยเลื่อนแม่ทา รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ และ รอยเลื่อนระนอง เป็นต้น
       

 

สถิติการเกิดแผ่นดินไหวตามรอยเลื่อนบริเวณประเทศไทย

1. รอยเลื่อนเชียงแสน
       รอยเลื่อนนี้วางตัวในแนวตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบนสุดของประเทศ มีความยาวประมาณ 130 กิโลเมตร โดยเริ่มต้นจากแนวร่องน้ำแม่จันไปทางทิศตะวันออก ผ่านอำเภอแม่จัน แล้วตัดข้ามด้านใต้ของอำเภอเชียงแสนไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวลำน้ำเงิน ทางด้านเหนือของอำเภอเชียงของ แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่สุดที่วัดได้ตามแนวรอยเลื่อนนี้ เกิดเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2521 มี ขนาด 4.9 ริคเตอร์ ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2521 มีแผ่นดินไหวขนาดใหญ่กว่า 3ริคเตอร์ เกิดตามแนว รอยเลื่อนนี้ 10 ครั้ง และ 3 ครั้งมีขนาดใหญ่กว่า 4.5 ริคเตอร์ แผ่นดินไหวทั้งหมดเป็นแผ่นดินไหว ที่เกิดในระดับตื้นกว่า 10 กิโลเมตร


  2.  รอยเลื่อนแพร่
         รอยเลื่อนนี้อยู่ทางด้านตะวันออกของแอ่งแพร่ และวางตัวในแนวตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเริ่มต้นจากด้านตะวันตกเฉียงใต้ของอำเภอ เด่นชัย ผ่านไปทางด้านตะวันออกของอำเภอสูงเม่น และจังหวัดแพร่ ไปจนถึงด้านตะวันออกเฉียงเหนือของอำเภอร้องกวาง รวมความยาวทั้งสิ้นประมาณ 115 กิโลเมตร มีแผ่นดินไหวขนาด 3-4 ริคเตอร์ เกิดตามแนวรอยเลื่อนนี้กว่า 20 ครั้ง ในรอบ 10       ปีที่ผ่านมา ส่วนแผ่น ดินไหวขนาด 3 ริคเตอร์ ซึ่งเกิดเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2533 ที่ผ่านมา เกิด  ตามแนวรอยเลื่อน ซึ่งแยกจากรอยเลื่อนแพร่ไปทางทิศเหนือ


3.  รอยเลื่อนแม่ทา
        รอยเลื่อนนี้มีแนวเป็นรูปโค้งตามแนวลำน้ำแม่วอง และแนวลำน้ำแม่ทาในเขตจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน มีความยาวทั้งสิ้นประมาณ 55 กิโลเมตร จากการศึกษาของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (2523) พบว่า ในช่วงระยะเวลา 6 เดือนของการศึกษาในปี พ.ศ. 2521 มีแผ่นดินไหวขนาดเล็กเกิด ในระดับตื้นอยู่มากมายในบริเวณรอยเลื่อนนี้


4.  รอยเลื่อนเถิน
         รอยเลื่อนเถินอยู่ทางทิศตะตกของรอยเลื่อนแพร่ โดยตั้งต้นจากด้านตะวันตกของอำเภอเถินไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ขนานกับรอยเลื่อนแพร่ไปทางด้านเหนือ ของอำเภอเถินไปทางตะวันออกเฉียงเหนือขนานกับรอยเลื่อนแพร่ ไปทางด้านเหนือของอำเภอวังชื้น และอำเภอลอง รวมความยาวทั้งหมดประมาณ 90 กิโลเมตร เคยมีรายงานการเกิดแผ่นดินไหวขนาด 3.7ริคเตอร์ บนรอยเลื่อนนี้ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2521

5.  รอยเลื่อนเมย-อุทัยธานี
       รอยเลื่อนนี้วางตัวในแนวตะวันตกเฉียงเหนือ ตั้งต้นจากลำน้ำเมยชายเขตแดนพม่ามาต่อกับห้วยแม่ท้อ และลำน้ำปิงใต้จังหวัดตาก ต่อลงมาผ่านจังหวัดกำแพงเพชร และนครสวรรค์ จนถึงเขตจังหวัดอุทัยธานี รวมความยาวทั้งสิ้นกว่า 250 กิโลเมตร มีรายงานแผ่นดินไหวเกิดตามรอยเลื่อนนี้ 2 ครั้ง คือ เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2476 ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2518 ที่ อำเภอ ท่าสองยาง จังหวัดตาก แผ่นดินไหวครั้งหลังนี้มีขนาด 5.6 ริคเตอร์


 6.  รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์
         รอยเลื่อนนี้อยู่ทางด้านตะวันตก ของรอยเลื่อนเมย-อุทัยธานี โดยมีทิศทางเกือบขนานกับแนวของรอยเลื่อน อยู่ในร่องน้ำแม่กลองและแควใหญ่ ตลอดขึ้นไปจนถึงเขตแดนพม่า รวมความยาวทั้งหมดกว่า 500 กิโลเมตร ในช่วงระยะเวลา 10 ปี ที่ผ่านมามีรายงานแผ่นดินไหวขนาดเล็ก     หลายร้อยครั้ง ตามแนวรอยเลื่อนนี้ แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่สุดที่วัดได้ในระหว่างนี้ เกิดเมื่อ          วันที่ 22 เมษายน 2526 มีขนาด 5.9 ริคเตอร์


7.  รอยเลื่อนเจดีสามองค์
       รอยเลื่อนนี้อยู่ในลำน้ำแควน้อยตลอดสาย และต่อไปจนถึงรอยเลื่อนสะแกง (Sakaing Fault)    ในประเทศพม่า ความยาวของรอยเลื่อนช่วงที่อยู่ในประเทศไทยยาวกว่า 250 กิโลเมตร มีรายงานแผ่นดินไหวจากรอยเลื่อนนี้มากมายหลายพันครั้ง


8.  รอยเลื่อนระนอง
        รอยเลื่อนระนองวางตัวตามแนวร่องน้ำของแม่น้ำกระบุรี มีความยาวทั้งสิ้นประมาณ   270 กิโลเมตร มีรายงานแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2521 มีขนาด 5.6 ริคเตอร์


9.  รอยเลื่อนคลองมะรุย
        รอยเลื่อนนี้ตัดผ่านด้านตะวันออกของเกาะภูเก็ต เข้าไปในอ่าวพังงา และตามแนวคลองมะรุย คลองชะอุน และคลองพุมดวงทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จนกระทั่งไปออกอ่าวบ้านดอน ระหว่างอำเภอพุนพินกับอำเภอท่าฉาง รวมความยาวทั้งสิ้นประมาณ 150 กิโลเมตร แผ่นดินไหวตามแนวรอยเลื่อนนี้ มีรายงาน เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2476 ที่จังหวัดพังงา และทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ นอกฝั่งภูเก็ต เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2519, วันที่ 17 สิงหาคม 2542 และวันที่ 29 สิงหาคม 2542

 


ขนาดของการเกิดแผ่นดินไหว

       ขนาด (Magnitude) เป็นปริมาณที่มีความสัมพันธ์กับพลังงานที่พื้นโลก ปลดปล่อยออกมาในรูปของการสั่นสะเทือน คำนวณได้จากการตรวจวัดค่าความสูงของคลื่นแผ่นดินไหวที่ตรวจวัด ได้ด้วยเครื่องมือตรวจแผ่นดินไหว โดยเป็นค่าปริมาณที่บ่งชี้ขนาด ณ บริเวณศูนย์กลางแผ่นดินไหว มีหน่วยเป็น " ริคเตอร์"

       ความรุนแรงแผ่นดินไหว (Intensity) แสดงถึงความรุนแรงของเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น วัด ได้จากปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะเกิด และหลังเกิดแผ่นดินไหว เช่น ความรู้สึกของผู้คน ลักษณะที่วัตถุหรือ อาคารเสียหายหรือสภาพภูมิประเทศที่เปลี่ยนแปลง เป็นต้น ในกรณีของประเทศไทยใช้ มาตราเมอร์แคลลี่ สำหรับเปรียบเทียบอันดับ ซึ่งมีทั้งหมด 12 อันดับ เรียงลำดับความรุนแรงแผ่นดินไหวจากน้อยไปมาก มาตราริคเตอร์

ขนาด ความสัมพันธ์ของขนาดโดยประมาณกับความสั่นสะเทือนใกล้ศูนย์กลาง

1-2.9 เกิดการสั่นไหวเล็กน้อย ผู้คนเริ่มมีความรู้สึกถึงการสั่นไหว บางครั้ง รู้สึกเวียน ศีรษะ
3-3.9 เกิดการสั่นไหวเล็กน้อย ผู้คนที่อยู่ในอาคารรู้สึกเหมือนรถไฟวิ่งผ่าน
4-4.9 เกิดการสั่นไหวปานกลาง ผู้ที่อาศัยอยู่ทั้งภายในอาคาร และนอกอาคาร รู้สึกถึงการ สั่นสะเทือน วัตถุห้อยแขวนแกว่งไกว
5-5.9 เกิดการสั่นไหวรุนแรงเป็นบริเวณกว้าง เครื่องเรือน และวัตถุมีการเคลื่อนที่
6-6.9 เกิดการสั่นไหวรุนแรงมาก อาคารเริ่มเสียหาย พังทลาย
7.0 ขึ้นไป เกิดการสั่นไหวร้ายแรง อาคาร สิ่งก่อสร้างมีความเสียหายอย่างมาก แผ่นดินแยก วัตถุที่อยู่บนพื้นถูกเหวี่ยงกระเด็น

มาตราเมอร์แคลลี่

อันดับที่  ลักษณะความรุนแรงโดยเปรียบเทียบ

I เป็นอันดับที่อ่อนมาก ตรวจวัดโดยเครื่องมือ
II พอรู้สึกได้สำหรับผู้ที่อยู่นิ่ง ๆ ในอาคารสูง ๆ
III พอรู้สึกได้สำหรับผู้อยู่ในบ้าน แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้สึก
IV ผู้อยู่ในบ้านรู้สึกว่าของในบ้านสั่นไหว
V รู้สึกเกือบทุกคน ของในบ้านเริ่มแกว่งไกว
VI รู้สึกได้กับทุกคนของหนักในบ้านเริ่มเคลื่อนไหว
VII ทุกคนต่างตกใจ สิ่งก่อสร้างเริ่มปรากฎความเสียหาย
VIII เสียหายค่อนข้างมากในอาคารธรรมดา
IX สิ่งก่อสร้างที่ออกแบบไว้อย่างดี เสียหายมาก
X อาคารพัง รางรถไฟบิดงอ
XI อาคารสิ่งก่อสร้างพังทลายเกือบทั้งหมด ผิวโลกปูดนูนและเลื่อนเป็นคลื่นบน
พื้นดินอ่อน
XII ทำลายหมดทุกอย่าง มองเห็นเป็นคลื่นบนแผ่นดิน

 

                 

 สถิติการเกิดแผ่นดินไหวที่รู้สึกได้ในประเทศไทย ตั้งแต่ 2550 - ปัจจุบัน
 

  • 19 มิ.ย. 2550 บริเวณอ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ขนาด 4.5 ริคเตอร์  รู้สึกสั่นสะเทือนได้ที่      อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่
  • 23 มิ.ย.2550 ที่ประเทศพม่า ขนาด 5.5 ริคเตอร์ รู้สึกสั่นสะเทือนได้ที่อ.เชียงแสน         จ.เชียงราย และอาคารสูงในกรุงเทพฯ
  • 12 ก.ย. 2550 บริเวณตอนใต้ของสุมาตรา ขนาด 8.4 ริคเตอร์  รู้สึกได้บนอาคารสูงในกรุงเทพฯ
  • 13 ก.ย. 2550 บริเวณตอนใต้ของสุมาตรา ขนาด 7.1 ริคเตอร์ รู้สึกสั่นสะเทือนได้บนอาคารสูงบางแห่งในกรุงเทพฯ
  • 16 ต.ค. 2550  บริเวณตอนเหนือของลาว ขนาด 5.0 ริคเตอร์ รู้สึกสั่นสะเทือนได้ที่       จ.เชียงราย
  • 2 พ.ย. 2550 ที่พรมแดนพม่า-ลาว-จีน ขนาด 5.7 ริคเตอร์ รู้สึกสั่นสะเทือนได้ที่            จ.เชียงราย
  • 28 ธ.ค. 2550 ที่ตอนเหนือของสุมาตรา ขนาด 5.7 ริคเตอร์ รู้สึกสั่นสะเทือนได้บนอาคารสูง จ.ภูเก็ต จ.พังงา
  • 20 ก.พ.2551 เกิดที่ตอนเหนือของสุมาตรา ขนาด 7.5 ริคเตอร์ รู้สึกสั่นสะเทือนได้บนอาคารสูงในกรุงเทพฯและจ.ภูเก็ต อาจเกิดสึนามิขนาดเล็กบริเวณใกล้ศูนย์กลาง
  • 22 เม.ย. 2551 ที่อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ขนาด 3.9 ริคเตอร์
  • 12 พ.ค.2551 บริเวณมณฑลเสฉวน ประเทศจีน ขนาด7.8 ริคเตอร์ รู้สึกสั่นไหวบนตึกสูงในกรุงเทพฯหลายแห่ง และประเทศจีนมีผู้เสียชีวิตประมาณ 20,000 คน
  • 1 ก.ค.2551 ที่อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ขนาด 3.8 ริคเตอร์
  • 21 ส.ค.2551บริเวณพรมแดนพม่า-จีน ขนาด 5.7 ริคเตอร์ รู้สึกได้บริเวณตึกสูงในกรุงเทพฯหลายแห่ง
  • 22 ก.ย. 2551 ที่ชายฝั่งตอนใต้ของพม่า ขนาด 5.2 ริคเตอร์ รู้สึกได้บริเวณตึกสูงในกรุงเทพฯหลายแห่ง
  • 23 ธ.ค. 2551 ที่อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี ขนาด 4.1 ริคเตอร์
  • 30 ก.ย. 2552 บริเวณตอนกลางเกาะสุมาตรา ขนาด 7.9 ริคเตอร์ รู้สึกได้บริเวณตึกสูงในกรุงเทพฯ ประเทศอินโดนีเซียมีผู้เสียชีวิตประมาณ 1000 คน
  • 20 มี.ค. 2553 ที่ประเทศพม่า ห่างจากพรมแดนไทย อ.แม่สาย ประมาณ 80 กิโลเมตร ขนาด 5.0 ริคเตอร์ รู้สึกสั่นสะเทือนได้ที่ จ.เชียงราย
  • 5 เม.ย. 2553 อ.เวียงชัย จ.เชียงราย ขนาด 3.5 ริคเตอร์ รู้สึกสั่นไหวบริเวณ อ.เมือง    จ.เชียงราย
  • 9 พ.ค.2553 [บริเวณชายฝั่งตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ขนาด 7.3 ริคเตอร์ รู้สึกสั่นไหวได้บนอาคารสูงบางแห่งในจ.ภูเก็ต จ.พังงา จ.สุราษฎร์ธานี จ.สงขลา และกรุงเทพฯ
  • 6 ก.ค.2553 ที่ประเทศพม่า ห่างจากอ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 6 กิโลเมตร ขนาด 4.5 ริคเตอร์ รู้สึกสั่นไหวได้ทั่วไปบริเวณ อ.แม่สาย อ.แม่จัน อ.แม่ฟ้าหลวง       อ.เชียงแสน และ อ.เมือง จ.เชียงราย
  • 23 ก.พ. 2554 ทีป่ระเทศลาว ห่างจากอ.เมือง จ.น่าน ประมาณ 100 กิโลเมตร ขนาด 5.3 ริคเตอร์ รู้สึกสั่นไหวได้หลายจังหวัด เช่น เลย น่าน แพร่ อุดรธานี หนองคายและหนองบัวลำภู

    และล่าสุด เมื่อวานนี้ (24 มี.ค.54) เวลา 20.55 น. สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว แจ้งว่า        กรมอุตุนิยมวิทยา ตรวจพบแผ่นดินไหวที่บริเวณชายแดนประเทศพม่า ขนาด 6.7 ริกเตอร์ ห่างจากทางทิศเหนือ ของอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ประมาณ 56 กิโลเมตร  ทั้งนี้ แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นรับรู้ได้หลายจังหวัดทางภาคเหนือ ขณะที่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ก็สามารถรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเช่นกัน โดยเฉพาะอาคารสูง ส่งผลให้พนักงานที่ยังทำงานอยู่ แตกตื่นวิ่งหนีออกจากอาคาร เพราะเกรงว่าจะได้รับอันตราย ถึงแม้ว่ากรุงเทพฯ  จะอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวเกือบ 800 กม. เนื่อง จากกรุงเทพฯ อยู่ในบริเวณ ที่เป็นดินอ่อนเป็นพิเศษ ซึ่งมีอยู่บริเวณเดียวในประเทศไทย คือ แอ่งกรุงเทพ ซึ่งจริงๆแล้วคลุมหลายจังหวัด บริเวณดังกล่าวสามารถขยายความรุนแรงของแผ่นดินไหวได้ กล่าวคือ ถึงแม้จะเกิดแผ่นดินไหวบริเวณอื่น แต่อาจจะส่งผลมาถึงบริเวณที่มีดินอ่อนได้ นั่นเอง

 * สถิติการเกิดแผ่นดินไหวที่มีผลกระทบต่อประเทศไทย สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ http://www.seismology.tmd.go.th

 

การปฏิบัติเมื่อเกิดแผ่นดินไหว

ก่อนการเกิดแผ่นดินไหว

1. ควรมีไฟฉายพร้อมถ่านไฟฉาย และกระเป๋ายาเตรียมไว้ในบ้าน และให้ทุกคน ทราบว่าอยู่ที่ไหน
2.    ศึกษาการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
3.    ควรมีเครื่องมือดับเพลิงไว้ในบ้าน เช่น เครื่องดับเพลิง ถุงทราย เป็นต้น
4.    ควรทราบตำแหน่งของวาล์วปิดน้ำ วาล์วปิดก๊าซ สะพานไฟฟ้า สำหรับตัดกระแสไฟฟ้า
5.    อย่าวางสิ่งของหนักบนชั้น หรือหิ้งสูง ๆ เมื่อแผ่นดินไหวอาจตกลงมาเป็นอันตรายได้
6.   ผูกเครื่องใช้หนัก ๆ ให้แน่นกับพื้นผนังบ้าน
7.   ควรมีการวางแผนเรื่องจุดนัดหมาย ในกรณีที่ต้องพลัดพรากจากกัน เพื่อมารวมกันอีกครั้ง       
ในภายหลัง
8.  สร้างอาคารบ้านเรือนให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กำหนด สำหรับพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหว

ขณะเกิดแผ่นดินไหว
1.  อย่าตื่นตกใจ พยายามควบคุมสติอยู่อย่างสงบ ถ้าท่านอยู่ในบ้านก็ให้อยู่ในบ้าน ถ้าท่านอยู่นอกบ้านก็ให้อยู่นอกบ้าน เพราะส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บเพราะวิ่งเข้าออกจากบ้าน
2.  ถ้าอยู่ในบ้านให้ยืนหรือหมอบอยู่ในส่วนของบ้านที่มีโครงสร้างแข็งแรง ที่สามารถรับน้ำหนัก ได้มาก และให้อยู่ห่างจากประตู ระเบียง และหน้าต่าง
3.  หากอยู่ในอาคารสูง ควรตั้งสติให้มั่น และรีบออกจากอาคารโดยเร็ว หนีให้ห่างจากสิ่งที่จะล้ม ทับได้
4.  ถ้าอยู่ในที่โล่งแจ้ง ให้อยู่ห่างจากเสาไฟฟ้า และสิ่งห้อยแขวนต่าง ๆ ที่ปลอดภัยภายนอกคือ        ที่โล่งแจ้ง
5.  อย่าใช้ เทียน ไม้ขีดไฟ หรือสิ่งที่ทำให้เกิดเปลวหรือประกายไฟ เพราะอาจมีแก๊สรั่วอยู่บริเวณ นั้น
6.  ถ้าท่านกำลังขับรถให้หยุดรถและอยู่ภายในรถ จนกระทั่งการสั่นสะเทือนจะหยุด
7.  ห้ามใช้ลิฟท์โดยเด็ดขาดขณะเกิดแผ่นดินไหว
8.  หากอยู่ชายหาดให้อยู่ห่างจากชายฝั่ง เพราะอาจเกิดคลื่นขนาดใหญ่ซัดเข้าหาฝั่ง

หลังเกิดแผ่นดินไหว
1.  ควรตรวจตัวเองและคนข้างเคียงว่าได้รับบาดเจ็บหรือไม่ ให้ทำการปฐมพยาบาลขั้นต้นก่อน
2.  ควรรีบออกจากอาคารที่เสียหายทันที เพราะหากเกิดแผ่นดินไหวตามมาอาคารอาจพังทลายได้
3.  ใส่รองเท้าหุ้มส้นเสมอ เพราะอาจมีเศษแก้ว หรือวัสดุแหลมคมอื่น ๆ และสิ่งหักพังแทง
4.  ตรวจสายไฟ ท่อน้ำ ท่อแก๊ส ถ้าแก๊สรั่วให้ปิดวาล์วถังแก๊ส ยกสะพานไฟ อย่าจุดไม้ขีดไฟ หรือก่อไฟจนกว่าจะแน่ใจว่าไม่มีแก๊สรั่ว
5. ตรวจสอบว่า แก๊สรั่ว ด้วยการดมกลิ่นเท่านั้น ถ้าได้กลิ่นให้เปิดประตูหน้าต่างทุกบาน

6. ให้ออกจากบริเวณที่สายไฟขาด และวัสดุสายไฟพาดถึง
7. เปิดวิทยุฟังคำแนะนำฉุกเฉิน อย่าใช้โทรศัพท์ นอกจากจำเป็นจริง ๆ
8. สำรวจดูความเสียหายของท่อส้วม และท่อน้ำทิ้งก่อนใช้
9. อย่าเป็นไทยมุงหรือเข้าไปในเขตที่มีความเสียหายสูง หรืออาคารพัง
10. อย่าแพร่ข่าวลือ

 

"แผ่นดินไหว" หลบยังไงให้ปลอดภัย

ที่มา : หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการ

ภาพสาธิตวิธีปฏิบัติตัวเมื่อเกิดแผ่นดินไหว โดยให้ก้มต่ำ หาที่กำบังและยึดไว้ให้แน่น
      

         เมื่อเกิดภัยแผ่นดินไหว รู้หรือไม่การหนีขึ้นไปชั้นบนๆ ของตึกสูงถือว่าปลอดภัยสุดแม้ยิ่งสูงอาคารจะยิ่งแกว่ง ลิฟต์เป็นสิ่งที่ต้องงดใช้ในทุกๆ กรณี แต่พื้นที่ใกล้ลิฟต์แข็งแรงสุด หาซอกมุมเหมาะเป็นที่กำบัง ระวังไฟดับ สปริงเกอร์ทำงานเป็นเหตุตามสถานการณ์ไม่ต้องตกใจ

      ช่วงเวลา 20.55 น. ของวันที่ 24 มี.ค.54 เกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศพม่า 6.7ริกเตอร์ หลายจังหวัดในภาคเหนือไทยได้รับแรงสั่นสะเทือน โดยแรงสั่นสะเทือนมาไกลรู้สึกได้ถึงกรุงเทพฯ และอาจทำให้อาคารร้าวเล็กน้อย และไม่แน่ว่าอาจมีอาฟเตอร์ช็อคตามมา ซึ่งภัยแผ่นดินไหวเข้าใกล้ตัวแล้ว เราจะเตรียมรับมือกันอย่างไร หลังจากติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

      ดังนั้นจึงขอหยิบการเตรียมความพร้อมและรับมือหากเกิดภัยแผ่นดินไหวจาก หนังสือ “อยู่กับภัยใกล้ตัว” ของสำนักป้องกันภัยและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ว่านอกจากจะมีสติตั้งมั่นแล้ว จะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร

      ชั้นบนของอาคารปลอดภัยสุด-งดใช้ลิฟต์

      กรณีความสั่นสะเทือนมากให้ปิดสวิตช์ไฟหลักและปิดถังแก๊ส ให้มุดใต้โต๊ะ เก้าอี้ พิงผนังด้านใน แล้วอยู่นิ่งๆ หากไม่มีโต๊ะ ใช้แขนปิดหน้า ปิดศีรษะ หมอบตรงมุมห้อง อยู่ให้ห่างกระจก หน้าต่าง และเลี่ยงบริเวณที่สิ่งของหล่นใส่หรือล้มทับ เช่น โคมไฟ ตู้ หากยังนอนอยู่ ให้อยู่บนเตียง ใช้หมอนปิดบังศีรษะ หลีกเลี่ยงบริเวณที่อาจมีสิ่งของหล่นใส่ อยู่บริเวณที่ปลอดภัย  

      ใช้ช่องประตูเป็นที่หลบภัยถ้าอยู่ใกล้ ให้อยู่ในอาคารจนกว่าการสั่นสะเทือนจะหยุด จึงออกไปภายนอกบริเวณที่ปลอดภัย เพราะอันตรายส่วนใหญ่เกิดจากสิ่งของหล่นใส่ และต้องคาดว่าหรือตระหนักเสมอว่า ไฟฟ้าอาจดับ หรือสปริงเกอร์อาจทำงาน หรือมีเสียงเตือนไฟไหม้ อย่างไรก็ดี อย่าใช้ลิฟต์ขณะมีการสั่นไหว ถ้าอยู่ในลิฟต์แล้วไม่ทราบว่าอยู่ชั้นไหน ให้กดปุ่มแล้วออกจากลิฟต์ทันที บริเวณใกล้ลิฟต์จะเป็นส่วนที่แข็งแรงของอาคารเหมาะแก่การหลบและหมอบ

      ทั้งนี้ อย่ากรูกันวิ่งออกมาหน้าอาคาร เมื่อการสั่นไหวหยุดแล้ว จึงทยอยออกนอกบริเวณที่คิดว่าปลอดภัย ชั้นบนสุดของอาคารเป็นที่ปลอดภัยที่หนึ่งแต่ความสั่นสะเทือนและการโยกจะมากกว่าชั้นที่ต่ำลงมา

      ถ้าเกิดไฟใหม้ในช่วงแรกร่วมด้วยให้รีบดับไฟและให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความเสียหายของอาคารหากปลอดภัยสามารถกลับเข้าในอาคารได้ และหากเป็นแผ่นดินไหวใหญ่ให้ระลึกเสมอว่าอาจเกิดแผ่นดินไหวตามมา (After Shock) แต่มีขนาดเล็กกว่า

ภาพตัวอย่างการปฏิบัติตนขณะเกิดแผ่นดินไหว จากหนังสือ “อยู่กับภัยใกล้ตัว”
(ภาพจากกรมอุตุฯ ญี่ปุ่น)

       ถ้าอยู่ในอาคารสูง อย่าวิ่งหนี เพราะเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ พยายามหาที่กำบังศรีษะ ทั้งใช้โครงสร้างที่มั่นคง มุมตึก ใต้โต๊ะ ใต้เก้าอี้ หรืออยู่ในที่โล่งๆ ห้ามใช้ลิฟต์

      นอกอาคารที่โล่งแจ้งปลอดภัย

      ให้อยู่ด้านนอกในที่โล่งแจ้งปลอดภัยที่สุด อยู่ให้ห่างจากอาคาร เสาไฟ สายไฟฟ้า ต้นไม้ ป้ายโฆษณา หรือสิ่งของที่อาจหล่นใส่

      จอดรถที่โล่ง

      ให้จอดรถเมื่อสามารถจอดได้โดยปลอดภัยและในที่ซึ่งไม่มีของหล่นใส่ อยู่ให้ห่างอาคาร ต้นไม้ ทางด่วน สะพานลอย เชิงเขา เป็นต้น

      รีบนำเรือออกสู่ทะเลลึก

      ความสั่นสะเทือนเนื่องจากแผ่นดินไหวไม่ทำอันตรายผู้อาศัยอยู่บนเรือ ยกเว้นในกรณีเกิดสึนามิ เรือที่อยู่ใกล้ชายฝั่งจะได้รับความเสียหายให้รีบนำเรือออกสู่ทะเลลึก

      อยู่ในโรงงานห้ามใกล้สารเคมี-วัตถุระเบิด

      เมื่อรู้สึกสั่นสะเทือน ให้ตั้งสติ อย่าตกใจวิ่งหนีออกนอกอาคาร ให้หมอบอยู่ใกล้เสา หรือเครื่องจักรที่แข็งแรง อยู่ให้ห่างเสาไฟฟ้า โคมไฟ สิ่งห้อยแขวน สิ่งของที่อาจล้มคว่ำ หรือหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ภาชนะที่เป็นสารเคมีอันตราย วัตถุระเบิด หรืออยู่ใกล้เครื่องจักรที่กำลังหมุนทำงาน เมื่อความสั่นสะเทือนหยุด จึงเดินออกไปที่โล่งแจ้งและติดตามข่าวสารจากทางราชการและตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้น

      ติดในซากอาคารงดใช้เสียง อยู่นิ่งๆ

      อย่าติดไฟ อยู่อย่างสงบ ใช้ผ้าปิดหน้า เคาะท่อ ฝาผนัง ใช้นกหวีด เพื่อเป็นสัญญาณต่อหน่วยช่วยชีวิต การตะโกนอาจสูดสิ่งอันตรายเข้าร่างกาย ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และให้กำลังใจต่อกัน

สิ่งที่ต้องเตรียม

1.ถุงใส่ของทั้งหมด เมื่อยัดของทุกอย่างใส่ถุงแล้วให้วางไว้ในที่หยิบง่ายครับ

2. ไฟฉาย พร้อมถ่ายสำรอง เกิดแผ่นดินไหวช่วงกลางคืน ก็เอาไว้ส่องเวลาทำแผล หรือหาคน

3. น้ำเปล่า เตรียมไว้ซัก 4ขวดเลยครับ รอความช่วยเหลือ

4. อุปกรณ์ทำแผล ผ้าก็อต แอลกอฮอล์ สำลี ยาสำหรับโรคประจำตัว

5. มีดสารพัดประโยชน์ ได้ใช้แน่นอน อย่างน้อยก็ตัดผ้าก็อตทำแผล

6. หมอนใบเล็กๆ ไว้หนุนนอนครับ

7. อาหารแห้งที่เก็บได้นานๆ เช่น มาม่า แต่ไม่ต้องถึงขนาดว่าเอาหม้อมาด้วยนะ กินแห้งก็ได้ ประทังชีวิตไปก่อน

8. นกหวีด เกิดคุณติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังแล้วได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่กู้ภัยก็เป่าเรียกเขาได้ แบบไททานิคไงครับ

9. เทปกาว ใช้ได้หลายอย่างครับ ติดไว้เถอะ ทำแผลก็ได้ใช้นะ

10. ถุงซิป ไว้เก็บฉี่ อึ เผื่อคุณติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังนานๆ

            

 

 


 

 

 


แบบฝึกหัดก่อนเรียน : 
แบบฝึกหัดหลังเรียน :