วิชา ดนตรีและนาฏศิลป์

เรื่อง เครื่องประกอบจังหวะดนตรีไทย

 ฉิ่ง     เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องกำกับจังหวะ ที่มีความสำคัญที่สุด ทำด้วยโลหะ หน้าที่ของฉิ่ง ได้แก่การบรรเลงเพื่อควบคุมจังหวะของเพลงตามความช้าและความเร็ว

ฉาบ    มี ๒ ชนิด คือ ฉาบเล็กและฉาบใหญ่ ทำด้วยโลหะ หน้าที่ของฉาบคือ ใช้บรรเลงเพื่อขัดจังหวะกับฉิ่ง สร้างบรรยากาศให้เกิดความฮึกเหิม คึกคะนอง สนุกสนาน

กรับ   มีหลายชนิด ได้แก่ กรับพวง ร้อยติดกันเป็นพวง มีไม้ขนาบ ๒ ข้าง กรับเสภา เป็นไม้ ๒ ท่อน ใช้ประกอบการเล่นเสภา หรือใช้กำกับจังหวะในวงปี่พาทย์ไม้แข็ง กรับคู่ทำด้วยไม้ไผ่ผ่าซีก

ฆ้อง     เป็นเครื่องดนตรีที่ทำด้วยโลหะ หน้าที่ของฆ้องได้แก่ การบรรเลงเพื่อควบคุมจังหวะใหญ่ในการบรรเลงเพลง ฆ้องมีหลายชนิด เช่น ฆ้องโหม่ง ฆ้องชัย ฆ้องเหม่ง ฆ้องคู่ ฆ้องราว ฆ้องราง เป็นต้น

โทนหรือทับ   เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องหนังที่ใช้เป็นเครื่องกำกับจังหวะ โทนมี ๒ ชนิด คือ โทนชาตรี และโทนมโหรี โทนชาตรีใช้บรรเลงในวงปี่พาทย์ หน้าที่ของโทน ได้แก่ การบรรเลงเพื่อดำเนินจังหวะหน้าทับ และใช้บรรเลงเพื่อสร้างบรรยากาศของเพลงสำเนียงเขมรและตะลุง

กลองทัด   มีรูปร่างเหมือนกลองชาตรี มีขนาดใหญ่ หน้าที่ของกลองทัด คือใช้บรรเลงในวงปี่พาทย์โดยตีคู่ไปกับหน้าทับตะโพน

กลองชาตรี   มีรูปร่างเหมือนกลองทัด แต่ขนาดเล็กกว่า หน้าที่ของกลองชาตรีได้แก่ บรรเลงร่วมในวงปี่พาทย์ ใช้บรรเลงประกอบการแสดงละคอนชาตรี

ตะโพน    เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องหนังที่ใช้กันมาแต่สมัยโบราณ หน้าที่ของตะโพน ได้แก่ การบรรเลงกำกับจังหวะหน้าทับ ใช้บรรเลงร่วมวงปี่พาทย์ ตะโพนมี ๒ ชนิด คือ ตะโพนมอญ และตะโพนไทย ตะโพนมอญ ใช้บรรเลงในวงปี่พาทย์มอญ

 


แบบฝึกหัดก่อนเรียน : เครื่องประกอบจังหวะดนตรีไทย
แบบฝึกหัดหลังเรียน : เครื่องประกอบจังหวะดนตรีไทย
เอกสารที่แนบ : เอกสาร เรื่อง สื่อประกอบการสอน ครู วชิระ