ถ้านักเรียนยังนึกไม่ออกว่าเรามีนิสัยผัดวันประกันพรุ่งมั้ย ไม่ต้องห่วงค่ะ ครูมีแบบทดสอบเพื่อเช็คว่ามีนิสัยผัดวันประกันพรุ่งหรือเปล่าพร้อมสี่ไม้ตายเลิกนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง จากหนังสือบริหารเวลาง้ายง่าย จากสำนักพิมพ์ Read comics ค่ะ ไปทำแบบทดสอบกันเล้ยย
 
4 ไม้ตายหยุดนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง + แบบทดสอบสำรวจตัวเอง!
 
           หากใน 8 ข้อ ตอบ "ใช่" เกิน 4 ข้อ แสดงว่านักเรียนเข้าข่ายเป็นคนชอบผัดวันประกันพรุ่งแล้วล่ะ พูดง่ายๆ คือ ถ้าไม่จวนตัวว่าต้องส่งวันนี้พรุ่งนี้ ก็ไม่มีทีท่าว่าจะทำแน่นอน ฉะนั้นได้เวลาเรียนรู้วิธีเอาชนะนิสัยเลิกผัดผ่อนสักที

 
4 ไม้ตายหยุดนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง + แบบทดสอบสำรวจตัวเอง!

 
 
   4 ไม้ตายเอาชนะนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง
  
          สำรวจตัวเองไปแล้ว หากมี มีข้อที่ใช่ ตั้งแต่ 4 ข้อ ไปจนถึง 8 ข้อ นำเทคนิคสี่ข้อที่จะพูดถึงไปใช้ด่วนๆ

    
 (1) หยุดคิดถึงเหตุผลด้านลบ
              บอกเลยว่า การเรียนต้องใช้กำลังใจอย่างสูง เค้าถึงบอกกันว่าให้คิดบวกเข้าไว้แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น นิสัยผัดวันประกันพรุ่งก็สามารถเอาชนะได้ด้วยการคิดบวกค่ะ  หลายคนอาจจะรู้สึกว่าชีวิตนี้คิดบวกยากเหลือเกิน ก็ขอแนะนำง่ายๆ ว่า "เลิกคิดลบ" หรือ "หยุดคิดถึงเหตุผลด้านลบ" ที่จะทำให้เราขี้เกียจ เช่น ทำไมชีวิตเราเหนื่อยอย่างนี้ อยากนอน, การบ้านเยอะเป็นกองสูงท่วมหัวขนาดนี้ เราไม่มีทางทำเสร็จแน่ๆ หรือ เกลียดอะวิชานี้ ทำไปก็ไม่เคยได้ดีในสายตาอาจารย์ เหตุผลสารพัดข้อที่ฉุดให้น้องๆ จมไปอยู่กับความขี้เกียจ ต้นตอการอยากเลื่อนงาน เลิกซะนะ จะได้เริ่มต้นเอาชนะความขี้เกียจสักที
 
   
  (2) เปลี่ยนโลกเซ็ง ให้เป็นโลกสวย
             หลายคนคิดว่าต้องทำการบ้านเพื่อให้มีส่ง ความคิดเหล่านี้เป็นความคิดแง่ลบ ถึงจะเป็นความจริงก็ตาม แต่ถ้าลองเปลี่ยนมุมมองสักนิด มันช่วยน้องๆ ได้แน่ค่ะ
            ให้นักเรียน วาดตารางขึ้นมาแผ่นนึง แบ่งเป็น 3 คอลัมน์ คอลัมน์แรกเขียนถึงสิ่งที่ต้องทำ คอลัมน์ถัดมาเขียนผลลัพธ์เรื่องเหล่านั้น เช่น ทำการบ้านภาษาอังกฤษ ผลลัพธ์คือ ทำการบ้านเสร็จ จากนั้นให้หาข้อดีของการทำการบ้านให้เสร็จทันที เช่น เหลือเวลาไปทำเรื่องที่ชอบ พรุ่งนี้ไม่ต้องโดนครูดุ หรือไม่ก็ทำให้เรามีเวลาทบทวนภาษาอังกฤษเพิ่มมากขึ้น ทำให้ตัวเราพัฒนาขึ้น เป็นต้น พอลองทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จะรู้ว่าการรีบทำงานให้เสร็จน่ะ มีแต่ข้อดีนะ

 
4 ไม้ตายหยุดนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง + แบบทดสอบสำรวจตัวเอง!
 

    (3) แบ่งงานเป็นสัดส่วน
           ก็เข้าใจนะว่าบางทีงานเยอะมันก็เลยพาลขี้เกียจไปหมด ดังนั้นเรามาลองแบ่งงานให้เป็นสัดส่วนมากขึ้นมั้ย จะได้ค่อยๆ ทำทีละอย่างให้เสร็จอย่างเป็นระเบียบ ก็เหมือนกับการกินไข่ทั้งฟองมันก็ดูลำบากไปหน่อย แต่ถ้าแบ่งไข่เป็น 4-5 คำ ค่อยๆ กินทีละส่วน มันก็ง่ายกว่า
          การแบ่งงานเป็นหลายๆ ส่วน หมายความว่า ในงานแต่ละชิ้น ให้จัดแบ่งเป็นขั้นตอนหลายๆ ส่วน เพื่อหยิบทำทีละส่วนได้ง่ายขึ้น เช่น ถ้าจะท่องศัพท์ 100 คำ ไม่มีทางที่จะท่องได้ 100 คำภายในสามวัน เราก็มาจัดการคำศัพท์ทั้งหมดกันก่อน เช่น แบ่งให้เป็นสามส่วน คือ 1.ศัพท์ที่รู้จักอยู่แล้ว  2.ศัพท์ที่ไม่ค่อยคุ้น หรือ ศัพท์ที่ยังสับสน 3.ศัพท์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แล้วค่อยๆ ท่องไปทีละส่วน ทีนี้ก็สบายแล้ว

    (4) เสร็จงานแล้วให้รางวัลกับตัวเอง
          ทุกครั้งที่ทำงานยากๆ สำเร็จ ก็ควรให้รางวัลตัวเองบ้างเล็กๆ น้อยๆ ย้ำว่าเล็กน้อย เช่น ท่องศัพท์เสร็จได้กินขนมเค้ก ทำการบ้านเลขเสร็จ เล่นเฟสบุ๊กได้ เป็นต้น ไม่ต้องถึงกับท่องศัพท์เสร็จไปซื้อมือถือเครื่องใหม่ ทำการบ้านเสร็จออกไปดูหนังสามเรื่อง แบบนี้ก็เว่อร์ไป แถมจะจนลงด้วย ฮ่าๆ แค่นี้น้องๆ ก็จะเริ่มรู้สึกดีกับกองงานและสิ่งที่ท้าทายข้างหน้ามากขึ้น และไม่รู้สึกอยากผัดวันประกันพรุ่งนี้ (หรืออาจจะขี้เกียจอยู่บ้าง แต่ก็น้อยลง)
 
        เป็น 4 เคล็ดลับที่ไม่ลำบากอะไรมากมายเลยนะคะ การเอาชนะความขี้เกียจและนิสัยชอบผัดวันประกันพรุ่ง บางทีก็ต้องเริ่มต้นจากกำลังใจดีๆ และคิดบวก ถ้าเรา ทำสองข้อแรกได้ อีกสองข้อหลังทำได้สบายมากค่ะ และถ้าเราเลิกผัดวันประกันพรุ่งได้ น้องๆ จะมีเวลาในชีวิตเพิ่มขึ้นเยอะ และต่อให้มีงานเยอะก็จะไม่เครียดอีกต่อไป
 

แบบฝึกหัดก่อนเรียน : 
แบบฝึกหัดหลังเรียน :