เทศกาลปีใหม่ญี่ปุ่น

ก่อนถึงวันที่ 1 มกราคม อันเป็นวันขึ้นปีใหม่ของทุกปี ชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะปฏิบัติตามประเพณีที่สืบทอดมาแต่โบราณ ประกอบด้วย

 

1. การประดับสิ่งสักการะเทพเจ้าที่บ้านของตนเอง


ปกติจะกระทำให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นปี ซึ่งประกอบด้วยคือ 
- ซุ้มสนสำหรับประดับที่ประตูรั้วบ้าน ซึ่งในสมัยโบราณจะสร้างจากไม้สนเป็นหลัก แต่ปัจจุบันนิยมทำจากไม้ไผ่ที่บากปลายแหลม ประดับด้วยใบสน ใบเฟิร์น ฟางข้าว และสิ่งมงคลต่างๆ จะประดับเป็นคู่ ที่ด้านซ้ายและด้านขวาของประตูรั้ว หรือประตูทางเข้าบริษัท ห้างร้าน ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อว่า สิ่งนี้จะขับไล่ความชั่วร้ายต่างๆ ไม่ให้เข้ามาในบ้าน 
- Tokonoma ซึ่งเป็นพื้นที่เล็กๆ ที่ถูกจัดไว้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของบ้าน Kagamimochi นั้นจะมีโมจิกลมๆ สองลูกวางซ้อนกันอยู่ (ตัวแทนพระจันทร์กับพระอาทิตย์) เมื่อพ้นช่วงปีใหม่ไป ประมาณวันที่ 11 มกราคม โมจิทั้งสองลูกก็จะถูกกินเพื่อเสริมสิริมงคลให้กับคนในบ้าน

 

 

2. การรับประทานอาหารสิริมงคลในเทศกาลปีใหม่ Osechi Ryori


ปัจจุบัน Osechi ryori จะหมายถึงอาหารที่ชาวญี่ปุ่นจัดทำขึ้นเพื่อรับประทานกันภายในครอบครัวในช่วงเทศกาลวันปีใหม่เท่านั้น ตามความเชื่อแต่โบราณว่าเป็นการต่ออายุให้ยืน

ในช่วงนี้ ทั้งเรียวกังและโรงแรมก็มี Osechi Ryori สำหรับลูกค้าที่มาพักในช่วงปีใหม่ ลองหาแพ็คเก็จพิเศษๆ สำหรับ ที่พักพร้อม Osechi Ryori เพื่อที่จะได้เข้าถึงบรรยายกาศพร้อมวัฒนธรรมแบบญี่ปุ่น ซึ่งในบางสถานที่ยังมีการบรรเลงดนตรีด้วย Koto หรือ มีการเชิดสิงโตแบบญี่ปุ่นที่เรียกว่า Shishimai

Osechi Ryori จะประกอบด้วยอาหารหลายชนิด แต่จะต้องมีอาหารหลัก 3 ชนิด อันเป็นของพื้นบ้าน โดยที่อาหารแต่ละชนิดที่จัดเป็น Osechi Ryori จะเป็นอาหารที่มีความหมายอันเป็นสิริมงคลตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น คือ
- ถั่วดำ มีความหมายเป็นสิริมงคล 
- ไข่ปลาเฮอริงเป็นปลาที่วางไข่เป็นจำนวนมาก มีความหมายมีบุตรหลานสืบตระกูลต่อไป 
- ลูกปลาซาร์ดีนตากแห้งถือเป็นสิ่งมงคลเพื่อขอพรให้เพาะปลูกพืชไร่ได้ผลอุดมสมบูรณ์ 
- รากหญ้าเบอร์ดอคทุบสิ่งมงคลเพื่อขอให้ผลผลิตการเกษตรกรรมอุดมสมบูนณ์ มีชีวิตที่เข้มแข็งปราศจากโรคภัย และครอบครัวมีรากฐานที่มั่นคง เสมือนเป็นการ "เปิดโชค" 
- กุ้งเป็นอาหารมงคล เนื่องจากสภาพของกุ้งที่มีลำตัวงอ จึงเปรียบกับการขอให้มีอายุยืนยาวจนหลังคุ้มงอ 
- ก้อนทองคำเป็นเนื้อเกาลัดนึ่งและบดผสมกับถั่วลันเตาบดและมันฝรั่งบด และปั้นเป็นลูกกลมๆ มีสีเหลืองสวย เปรียบเสมือนทองคำ สิริมงคลขอให้มีฐานะร่ำรวย 
- เนื้อปลาบดอัดแท่งซึ่งเมื่อหั่นเป็นแว่น รอบนอกก็จะเป็นสีแดง ส่วนเนื้อในจะเป็นสีขาว จึงเปรียบเสมือนพระอาทิตย์ ซึ่งเป็นมงคลในการฉลองวันขึ้นปีใหม่ และนอกจากนี้ สีแดงและสีขาวยังถือเป็นสีศักดิ์สิทธิ์ในการขับไล่ภูตผีปีศาจ และเป็นสีแห่งการเฉลิมฉลองอีกด้วย 
- ปลาตะเพียนทะเล ซึ่งมีเสียงพ้องกับคำว่า ที่มีความหมายว่า "ความสุข" 
- สาหร่ายม้วนคือสาหร่ายทะเล ซึ่งมีเสียงพ้องกับคำว่า ที่มีความหมายว่า"ยินดี" จึงเป็นอาหารมงคลเพื่อขอพรให้มีสุขภาพแข็งแรงและอายุมั่นขวัญยืน

 

 

3.การไปนมัสการศาลเจ้า


ถ้าใครอยากที่จะสัมผัสถึงวัฒนธรรมบรรยายกาศแบบญี่ปุ่น ไม่ควรที่จะพลาดการไปไหว้พระขอพรที่วัดหรือศาลเจ้าใน 3 วันแรกของปี แต่ในคืนที่ 31 ธันวาคม ผู้คนจะเนืองแน่นเป็นพิเศษ ผู้หญิงก็พากันแต่งกิโมโน นอกจากนี้ มีร้านขายของข้างทางโดยทำให้เห็นถึงบรรยากาศปีใหม่แบบญี่ปุ่นที่ดูอบอุ่น ชาวญี่ปุ่นมีธรรมเนียมในการสักการะและขอพรจากเทพเจ้า

โดยแยกได้เป็น 6 ขั้นตอนตามลำดับ ดังนี้
1. โยนเหรียญใส่กล่องถวายเงิน เพื่ออัญเชิญเทพเจ้าที่อยู่บนโลกมนุษย์ให้มารับกาสักการะ
2. ลั่นกระดิ่ง โดยข้างหน้ากล่องถวายเงิน จะมีเชือกถักเส้นใหญ่ซึ่งมีกระดิ่งแขวนติดอยู่ เพื่ออัญเชิญเทพเจ้าที่อยู่บนสรวงสวรรค์ให้ลงมาสู่โลกมนุษย์เพื่อรับการสักการะ
3. โค้งคำนับ 2 ครั้ง เป็นขั้นตอนการสักการะเทพเจ้าจากฟ้าและดินที่ได้อัญเชิญมา
4. พนมมือและขอพร
5. ปรบมือ 2 ครั้ง เป็นขั้นตอนแสดงความคารวะเทพเจ้าที่ได้มารับฟังสิ่งที่เราขอพร และขออัญเชิญให้กลับไปสถิตย์ยังที่เดิม
6. โค้งคำนับ 1 ครั้ง เป็นการแสดงการคารวะต่อศาลเจ้าอันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์

 

และเนื่องจากประเทศญี่ปุ่นมีการปลูกฝัง และยังรักษาขนบธรรมเนียมในเทศกาลปีใหม่ไว้อย่างดีเยี่ยมเราจึงมักเห็นการนำเรื่องราวของเทศกาลปีใหม่ปรากฎในการ์ตูนหรือหนังเป็นประจำอาทิ การ์ตูนเรื่องโดเรม่อนในตอนต่อไปนี้

 

 


แบบฝึกหัดก่อนเรียน : เทศกาลปีใหม่ญี่ปุ่น
แบบฝึกหัดหลังเรียน : เทศกาลปีใหม่ญี่ปุ่น