รูปแบบละครหุ่น ละครหุ่น คือ การแสดงที่ใช้หุ่นเป็นตัวละคร โดยมีคนเป็นผู้เชิดตามบทบาท ลักษณะนิสัยของตัวละคร และตามชนิดของหุ่นนั้น ๆ การแสดงละครหุ่น เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวและแนวคิดด้วยวิธีง่ายที่สุด และได้ผลดีที่สุดแบบหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องใช้ฉากเวทีและเครื่องแต่งตัว ความสำคัญอยู่ที่การแสดงมากกว่าฉากเวที การแสดงด้วยหุ่น ไม่ควรมีรายละเอียดมากเพราะจะทำให้ขาดความสนใจจากเรื่องที่แสดง 1. ละครหุ่นไทย การแสดงละครหุ่นของไทยมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น และได้พัฒนาเปลี่ยนแปลงมาตลอด แบ่งได้เป็น 4 ประเภท 1. หุ่นหลวง 2. หุ่นกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ 3. หุ่นกระบอก 4. หุ่นละครเล็ก 1. หุ่นหลวง เป็นการแสดงละครหุ่นของไทยประเภทหนึ่ง ที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ และเลิกเล่นเมื่อปลายรัชกาลที่ 5 ลักษณะของห่นหลวงมีความสูงประมาณ 1 เมตร เครื่องแต่งกายของหุ่นหลวงคล้ายกับเครื่องแต่งกายของโขนหรือละคร การเชิดหุ่นหลวงยืนเชิดด้วยคนคนเดียว 2. หุ่นกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ เป็นหุ่นที่กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในสมัยรัชกาลที่ 5 สร้างขึ้น มี 2 ชนิด คือ หุ่นจีนและหุ่นไทย หุ่นทั้งสองชนิดเป็นหุ่นขนาดเล็กสูงประมาณ 1 ฟุต 1. หุ่นจีน มีลักษณะเป็นหุ่นมือตระกูลฮกเกี้ยนเครื่องแต่งกายของหุ่นเลียนแบบเครื่องแต่งกายของงิ้ว แต่เป็นถุงผ้าสำหรับคลุมมือ มีขาและเท้า ใช้นิ้วเชิดบังคับให้เคลื่อนไหว 2. หุ่นไทย มีลักษณะผสมระหว่างหุ่นจีนและหุ่นหลวง คือ มีขนาดเท่าหุ่นจีน แต่ใช้เครื่องแต่งกายและกลไลบังคับแบบหุ่นหลวง 3. หุ่นกระบอก เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดย ม.ร.ว. เถาะ ได้ประดิษฐ์ขึ้นมาเลียนแบบหุ่นของนายเหน่งที่อยู่หัวเมืองเหนือ แล้วตั้งคณะหุ่นกระบอกเพื่อออกเล่นทั่วไปจนได้รับความนิยม ลักษณะของหุ่นประกอบด้วยไม้กระบอกยาวประมาณ 9 นิ้ว หัวหุ่นทุกหัวจะต้องมีแกนไม้ต่อจากคอหุ่นลงมาสำหรับเสียบกับไม้กระบอกซึ่งเป็นลำตัวของหุ่น เครื่องแต่งกายของหุ่นคล้ายกับโขนและละคร 4. หุ่นกระบอกเล็ก เป็นการแสดงละครหุ่นที่เกิดขึ้นหลังหุ่นกระบอกลักษณะของหุ่นมีความสูงประมาณ 1 เมตร มีลำตัวแขนขา และแต่งตัวเหมือนละครจริง การเชิดหุ่นในลักษณะเดียวกับหุ่นกระบอกใช้ผู้เชิดเพียงคนเดียว 2. หุ่นแบบต่าง ๆ หุ่นที่ใช้ในการแสดงมีหลายชนิด บางชนิดสามารถประดิษฐ์ด้วยตัวเอง โดยใช้เศษวัสดุต่าง ๆ บางชนิดสามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป เช่น 1. หุ่นมือ คือ หุ่นที่ทำเป็นตัวอะไรก็ได้ที่มีอยู่ในบทละครที่แสดง เช่น คน สัตว์ต่าง ๆ เป็นต้น ตัวหุ่นทำด้วยผ้าหรือกระดาษ เวลาแสดงใช้สวมที่มือ ใช้นิ้วชี้ทำหน้าที่ส่วนหัว ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วกลางหรือนิ้วก้อยแสดงการเคลื่อนไหวของหุ่น 2. หุ่นนิ้วมือ เป็นหุ่นขนาดเล็ก เอาหุ่นใส่ไว้ที่นิ้วมือเพียงนิ้วเดียวและกระดิกไปมาแทนการเคลื่อนไหวของหุ่น การแสดงด้วยหุ่นนิ้วมือส่วนมากนิยมแสดงประกอบการเล่านิทาน 3. หุ่นชัก เป็นหุ่นที่ใช้เชือกช่วยในการเคลื่อนไหวอิริยาบถต่าง ๆ คนเล่นอยู่ตอนบนของเวที หุ่นชักมีทั้งแบบง่าย ๆ และแบบพิสดาร หุ่นชนิดนี้ทำยากและเล่นยากกว่าแบบอื่น เพราะมีกลไกซับซ้อน 4. หุ่นกระบอก เป็นหุ่นที่มีการเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากเพราะมีส่วนเคลื่อนไหวได้หลายส่วน เช่น มือ ปาก และศีรษะ 5. หุ่นหนังตะลุง เป็นหุ่นที่ทำด้วยกระดาษแข็งหรือแผ่นหนังที่แกะสลักเป็นรูปต่าง ๆ การแสดงหุ่นหนังตะลุงต้องใช้แสงเงาในการแสดง นอกจากนี้ยังมีหุ่นแบบอื่น ๆ อีกมากมายที่เป็นผลงานความคิดสร้างสรรค์ของเรา ซึ่งสามารถนำมาใช้การแสดงได้ตามความเหมาะสม การแสดงละครหุ่น ละครหุ่นเป็นการแสดงที่อาศัยความสามารถของคนเชิดหุ่นให้มีลีลาท่าทางต่าง ๆ ตามบทบาทของละครหุ่นตัวนั้น เพื่อสื่อให้ผู้ชมได้รับรู้และเข้าใจความหมาย ตลอดจนเนื้อเรื่องที่ต้องการจะสื่อ การแสดงละครหุ่นที่ดีนั้น สามารถใช้หลักการต่อไปนี้ 1. การเลือกเรื่องแสดง นักเรียนควรเลือกเรื่องที่มีประโยชน์ให้ข้อคิดต่าง ๆ และใช้เวลาในการแสดงไม่มากนัก ไม่ซับซ้อนและไม่ใช้ตัวละครมากเกินไป ควรเป็นเรื่องที่มีการดำเนินเรืองอย่างง่าย ๆ 2. การเลือกตัวหุ่น ควรเลือกตัวหุ่นให้เหมาะสมกับเนื้อเรื่อง บทบาทของตัวละคร นักเรียนอาจจะประดิษฐ์หุ่นเองได้ โดยใช้วัสดุเหลือใช้ ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และฝึกการใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้ดี 3. การจัดเวที เนื่องจากการแสดงละครหุ่นมีเนื้อเรื่องไม่ซับซ้อน ตัวละครไม่มาก นักเรียนอาจใช้โต๊ะเรียน 1-2 ตัววางติดกัน และใช้ผ้าคลุมทำเป็นเวทีแล้วจึงเชิดหุ่นอยู่ด้านหลังโต๊ะ 4. การประเมินผลการแสดง หลังจากการแสดงจบแล้ว ผู้แสดงและผู้ชมควรมีส่วนร่วมในการประเมินผลการแสดง โดยช่วยกันสรุปข้อบกพร่องและข้อเสนอแนะ เพื่อนำมาใช้ในการแสดงครั้งต่อไป ที่มาและได้รับอนุญาตจาก : เอกรินทร์ สีมหาศาล และคณะ. ศิลปะ ป.5. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์.


แบบฝึกหัดก่อนเรียน : ละครหุ่น
แบบฝึกหัดหลังเรียน : ละครหุ่นหลังเรียน