แบ่งเป็น

  1. ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต

ในการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตจำเป็นต้องอาศัยสิ่งแวดล้อมต่างๆ เพื่อช่วยในการดำรงชีวิต ซึ่งสิ่งแวดล้อมจัดเป็นปัจจัยที่ไม่มีชีวิต สิ่งแวดล้อที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ได้แก่

  • แสง 
  • อุณหภูมิ
  • น้ำ 
  •  ดินและแร่ธาตุในดิน
  • อากาศ                                                                                                        แสง เป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตหลายชนิด เช่น

              -ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช
              -การหุบและบานของดอกและใบของพืชหลายชนิด เช่น ใบไมยราบ ใบกระถิน
              -มีอิทธิพลต่อเวลาการออกอาหารของสัตว์
          อุณหภูมิ เป็นปัจัยสำคัญที่มีอิธิพลต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตหลายประการ เช่น

อุณหภูมิมีผลต่อการหุบและบานของดอกไม้บางชนิด เช่น ดอกบัวจะบานตอนกลางวันและจะหุบในตอนกลางคืน
อุณหภูมิมีผลต่อพฤติกรรมบางประการของสัตว์ เช่น การจำศีลมนฤดูหนาวของหมีขั้วโลก
อุณหภูมิมีผลต่อลักษณะและรูปร่างของสิ่งมีชีวิต เช่น สัตว์ในเขตหนาวจะมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่าสัตว์ในเขตร้อน หรือสัตว์บางชนิดที่อยู่ในเขตหนาวจะมีขนหนากว่าสัตว์ในเขตร้อน
          น้ำ เป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต เช่น

น้ำเป็นวัตถุดิบในการบวนการสังเคราะห์ด้วยแวงของพืช และน้ำยังเป็นตัวทำละลายที่สำคัญที่ทำให้แร่ธาตุต่างๆที่มีอยู่ในดินละลายและซึมสู่พื้นดินเพื่อให้พืชสามารถนำไปใช้ได้
น้ำเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการงอกของเมล็ด
น้ำเป็นส่วนประกอบในเซลล์ร่างกายของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด
น้ำเป็นสื่อกลางในการช่วยขับของเสียออกจากร่างการของสิ่งมีชีวิต
         ดินและแร่ธาตุในดิน เป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิต

ดินเป็นแล่งที่อยู่ของพืช อีกทั้งยังให้แร่ธาตุที่จำเป็นในการดำรงชีวิต
ดินช่วยในการกักเก็บน้ำและอากาศ
ดินเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตเกือบทุกชนิดบนโลก
        อากาศ เป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต เช่น

อากาศมีแก๊สออกซิเจน ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตแทบทุกชนิด
อากาศมีแก๊สออกซิเจน ที่ผสมอยู่ช่วยในการเผาไหม้

ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ แบ่งออก เป็น 2 ลักษณะคือ

1. ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน

2. ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่างชนิดกัน

     ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตทั้ง 3 กลุ่ม (ผู้ผลิต - ผู้บริโภค - ผู้ย่อยสลาย)

 ในระบบนิเวศ จะมีการถ่ายเท พลังงาน เป็นทอดจากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภค การไหลเวียน การถ่ายทอดพลังงานเป็นทอดๆ นี้ เรียกว่า ห่วงโซ่อาหาร (food chain)

พลังงานทั้งหลายในระบบนิเวศ นี้เกิดจากแสงอาทิตย์ พลังงานแสงถูกถ่ายทอดโดยเปลี่ยนรูปเป็นพลังงานศักย์ สะสมไว้ในสารอาหาร ซึ่งเกิดจากกระบวนการ สังเคราะห์ ด้วยแสง แล้วถูกถ่ายทอดไปสู่ผู้บริโภคลำดับต่างๆ ในระบบนิเวศ ซึ่งมีความสัมพันธ์กัน อย่างซับซ้อน ในรูปแบบที่เรียกว่า สายใยอาหาร (food web)

 

ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่างชนิดในระบบนิเวศเดียวกัน

(Interspecific interaction) 
แบ่งเป็น 

1. ภาวได้ประโยชน์ร่วมกัน

1.1  ภาวะพึ่งพา (mutualism) (+,+)/(-,-)

   เป็นความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิดที่อาศัยอยู่ร่วมกันตลอดชีวิต และต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์จากกันและกันแต่หากแยกจากกันจะไม่สามารถดำรงชีวิตต่อไปได้ ตัวอย่างเช่น
            ไลเคน (lichen)

พบตามเปลือกต้นไม้ขนาดใหญ่บริเวณที่มีความชื้นสูง

ไลเคนเป็นสิ่งมีชีวิต 2 ชนิดคือ รากับสาหร่ายสีเขียว การอยู่ร่วมกันนี้ทั้งสาหร่ายและราต่างได้รับประโยชน์ กล่าวคือ สาหร่ายสร้างอาหารได้เองแต่ต้องอาศัยความชื้นจากรา ราก็ได้อาศัยอาหารที่สาหร่ายสร้างขึ้น และ ให้

ความชื้นแก่สาหร่าย

 ด้วงกับมดดำ ด้วงขนาดเล็กให้สารอาหารที่สร้างขึ้นกับมด มดเลี้ยงดูและป้องกันศัตรูให้ด้วง
ปลวกกับโพรโทซัวที่อยู่ในลำไส้ปลวก  โพรโทซัวได้อาหารและที่อยู่อาศัยจากปลวก ปลวกอาศัยโพรโทซัวช่วยย่อยไม้ที่กินเข้าไป
แบคทีเรียพวกไรโซเบียม (Rhizobiun) ที่อาศัยอยู่ที่ปมรากพืชตระกูลถั่ว โดยแบคทีเรียได้อาหารและที่อาศัยจากต้นถั่ว พืชตระกูลถั่วได้อาหารจากแบคทีเรียช่วยเปลี่ยนแก๊สไนโตรเจนจากอากาศเป็นปุ๋ย (หนูทิพย์ จำรัส. 2550)
 
 
 

 

1.2  ภาวะได้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน (protocooperation) (+,+)/(0,0)

           สิ่งมีชีวิต 2 ชนิดเมื่ออาศัยอยู่ร่วมกันต่างก็ได้รับประโยชน์จากกันและกันแต่ไม่จำเป็นต้องอยู่ร่วมกันเสมอไป

แม้แยกกันอยู่ก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ต่อไปได้ เช่น

  •  มดดำกับเพลี้ย เพลี้ยอาศัยมดดำพาไปวางไข่ตามต้นพืช  มดดำได้อาหารจากเพลี้ยด้วยการดูดน้ำเลี้ยงจากเพลี้ย
  •  นกเอี้ยงกับควาย นกเอี้ยงได้กินแมลงต่าง ๆ บนหลังควาย ควายสบายตัวเพราะไม่มีแมลง          มารบกวน
  •  ดอกไม้กับแมลง แมลงได้น้ำหวานจากดอกไม้เป็นอาหารดอกไม้ได้แมลงช่วยผสมเกสร
  •  ปูเสฉวนกับดอกไม้ทะเล ดอกไม้ทะเลจะเกาะอยู่บนเปลือกของปูเสฉวน สามารถเคลื่อนที่ไปหาแหล่งอาหารใหม่ ๆ ได้ และยังได้รับอาหารบางส่วนจากปูเสฉวนด้วย ในขณะที่ปูเสฉวนก็ใช้ดอกไม้ทะเลช่วยพรางตาศัตรูได้

     (หนูทิพย์ จำรัส. 2550)

 
 
 

2. ภาวะอิงอาศัย (commensalism ) (+,0)/(-,0)

    เมื่ออยู่ร่วมกันฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์อีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้และไม่เสียประโยชน์ เมื่อแยกจากกันตัวที่ไม่ได้ไม่เสีย

ประโยชน์จะเหมือนเดิมแต่ฝ่ายที่เคยได้รับประโยชน์จะไม่ได้อะไรแทนหรืออาจจะเสียประโยชน์เมื่อไม่ได้อยู่รวมกัน

กับผู้อื่น เช่น

            พืชที่เจริญเติบโตบนต้นไม้ใหญ่ 

  • กล้วยไม้บนต้นไม้ กล้วยไม้เป็นพืชที่เกาะอยู่บนต้นไม้อื่นๆ โดยไม่ชอนไชรากลงไปเพื่อแย่งน้ำหรืออาหารจากต้นไม้
  • เฟิร์น พลูด่าง เถาวัลย์ ที่เลื้อยพันอยู่กับต้นไม้ใหญ่ เฉพาะบริเวณเปลือกของลำต้นซึ่งอาศัยความชื้นและแร่ธาตุบางอย่างจากเปลือกต้นไม้เท่านั้น โดยต้นไม้ใหญ่ไม่เสีย

    ประโยชน์

  •  เหาฉลามกับปลาฉลาม เหาฉลามจะเคลื่อนที่ไปพร้อมกับปลาฉลามและได้รับอาหารที่เหลือจาก

ปลาฉลามด้วย ส่วนปลาฉลามก็ไม่ได้หรือเสียประโยชน์อะไร

     (หนูทิพย์ จำรัส. 2550)

 
 
 
 

 

3. ภาวะปรสิต(Parasitism) ใช้สัญลักษณ์ + / -

      อาศัยอยู่กับ Host ได้ 2 ลักษณะ

1. ปรสิตภายนอก(Ectoparasite) ได้แก่ กาฝาก ฝอยทอง เหา หมัด โลน เป็นต้น

 
 
 

 

2. ปรสิตภายใน(Endoparasite) ได้แก่ แบคทีเรีย ไวรัส พยาธิต่างๆ

 
 
 

 

4. การล่าเหยื่อ (Predation) ใช้สัญลักษณ์ + / -

1. สัตว์กินสัตว์ เช่น เสือกินวัว นกกินแมลง

2. สัตว์กินพืช เช่น ตั๊กแตนปาทังก้ากินต้นข้าวโพด พะยูนกินหญ้าทะเล

 
 
 

 

5. ภาวะแข่งขัน (Competition) ใช้สัญลักษณ์ -/-

  • บัวกับผักตบชวาในสระน้ำ 
  •  จอกกับแหนในแหล่งน้ำ
  •  ต้นถั่วที่ปลูกมากมายในกระป๋องเล็กๆต้นไม้ในป่าที่ แข่งกันสูงเพื่อแข่งกันรับแสงสว่าง             
  • มอด 2 ชนิดต่างก็ต่อสู้แย่งอาหารชนิดเดียวกัน
 
 

 

 


แบบฝึกหัดก่อนเรียน : 
แบบฝึกหัดหลังเรียน :