แรงแม่เหล็ก (magnetic force)

                แม่เหล็กมี 2 ขั้ว คือ ขั้วเหนือ และขั้วใต้  ขั้วแม่เหล็กเหมือนกันจะออกแรงผลักกัน   ขั้วต่างกันจะออกแรงดึงดูดกัน บริเวณรอบๆ แท่งแม่เหล็กจะมีสนามแม่เหล็กเกิดขึ้นมีทิศจากขั้วเหนือไปสู่ขั้วใต้

วัตถุที่เป็นสารแม่เหล็ก เมื่ออยู่ในบริเวณสนามแม่เหล็กจะถูกแม่เหล็กดูดได้ เส้นแรงแม่เหล็กจะเห็นได้ชัดเจนเมื่อโรยผงตะไบเหล็กรอบๆ แท่งแม่เหล็ก ผงตะไบเหล็กจะเกิดการเรียงตัวตามเส้นแรงแม่เหล็กที่ออกมารอบแท่งแม่เหล็ก

วัตถุที่เป็นสารแม่เหล็ก เมื่ออยู่ในบริเวณสนามแม่เหล็กจะถูกแม่เหล็กดูดได้ จากสมบัติดังกล่าว จึงนำแม่เหล็กไปใช้ประโยชน์ต่างๆ เช่น การแยกสารแม่เหล็กที่ผสมรวมอยู่กับสารอื่นให้ออกจากกัน หรือการสร้างเครื่องมือ เช่นไขควงจะสร้างให้มีสมบัติเป็นแม่เหล็กเพื่อสะดวกใน   การจับหัวน๊อตให้ติดกับไขควงขณะใช้งาน 

 

ในกรณีที่ปล่อยอนุภาคที่มีประจุ เช่น โปรตอน หรืออิเล็กตรอน ให้เคลื่อนที่ผ่านสนามแม่เหล็ก อนุภาคเหล่านี้จะถูกแรงแม่เหล็กกระทำให้เบนไป ผลของแรงแม่เหล็กที่กระทำต่อประจุ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ เช่น การทำเป็นหลอดภาพอิเล็กตรอน จอโทรทัศน์ หรือจอคอมพิวเตอร์  เป็นต้น  

 

                       

 

 

3.3    แรงไฟฟ้าสถิต (electrostatic force)

         นักเรียนทราบแล้วว่าอนุภาคที่เล็กที่สุดของสารคืออะตอมซึ่งประกอบด้วยอนุภาคมูลฐาน 3 ชนิด คือ โปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอน ปกติอะตอมเป็นกลางทางไฟฟ้าเนื่องจาก         มีจำนวนโปรตอน (+) เท่ากับอิเล็กตรอน (-)  ถ้าอะตอมเสียอิเล็กตรอนจะเกิดเป็นอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าบวก ในทางตรงกันข้ามถ้าอะตอมรับอิเล็กตรอนจะเกิดเป็นอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าลบ   

 

        แรงระหว่างประจุไฟฟ้ามี 2 ชนิด คือ แรงผลัก และ แรงดูด กล่าวคือ ประจุเหมือนกันจะออกแรงผลักกัน ประจุต่างกันจะออกแรงดึงดูดกัน

 

                             


แบบฝึกหัดก่อนเรียน : 
แบบฝึกหัดหลังเรียน :