เครื่องดื่มที่มีเเอลกอฮอล์กับสุขภาพเเละการเกิดอุบัติเหตุ

1การเปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่อดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

          เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หมายถึง เครื่องดื่มทุกประเภทที่มีเอทิลแอลกอฮอล์ผสมอยู่ ซึ่งได้จากการ
นำวัตถุดิบที่มีส่วนประกอบของน้ำตาลมาหมักและ
เติมยิสต์ลงไปกินน้ำตาลและเปลี่ยนให้กลายเป็นแอลกอฮอล์ที่มีฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง เช่น  สุรา เบียร์ บรั่นดี ไวน์ กระแช่ วิสกี้ นํ้าตาลเมา

        เมื่อดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์จะเกิดการดูดซึมและกระจายตามอวัยวะต่างๆในร่างกาย ดังนี้

              1. แอลกอฮอล์จะเข้าไปทำลายสมอง

              2. แอลกอฮอล์ปริมาณเพียงเล็กน้อยที่ถูกขับออกทางลมหายใจ

              3. แอลกอฮอล์ถูกดึงดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด และกระจายตามอวัยวะ และส่วนต่างๆของร่างกาย 
เช่น กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ตับ

 

             4. แอลกอฮอล์โดยส่วยมากจะถูกเผาผลาญที่ตับ ซึ่งในขณะเดียวกันแอลกอฮอล์ก็จะทำลายตับด้วย
  
ทำให้เกิดโรคและร่างกายเจ็บป่วย

1.1 ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ต่อการกดประสาท

 

          ระยะที่ 1 ออกฤทธิ์ต่อสมองโดยตรงโดยไปกดประสาทส่วนที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับความคิด ซึ่งจะทำให้
มีความรู้สึกสบายใจ คลายกังวล จึงทำให้ผู้ดื่มรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ดี ขจัดความเครียดได้ 
ซึ่งนับว่าเป็นการคิดที่ผิด เพราะนั่นเป็นผลที่เกิดจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์กดประสาทไว้ชั่วคราว

         ระยะที่ 2 ออกฤทธิ์ต่อสมองส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหวและการพูด ทำให้ประสาทการรับรู้ช้ากว่าปกติ ทำให้พูดไม่ชัด เคลื่อนไหวได้ไม่ดี ใช้อวัยวะภายนอกทำตามความต้องการได้ช้ากว่าปกติ ในระยะนี้ถือว่าเริ่มเมาแล้ว

           ระยะที่ 3 ออกฤทธิ์ที่ศูนย์ควบคุมการหายใจ โดยจะไปกดสมองส่วนที่ควบคุมการหายใจ ทำให้หายใจไม่
สะดวก เกิดอาการไม่รู้สึกตัวหรือหมด
สติ

1.2 ความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในเลือดกับอาการที่ปรากฏ

 

ปริมาณความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในเลือดจะทำให้ผู้ที่ดื่มมีลักษณะอาการเมาแตกต่างกันดังนี้

          ความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในเลือดไม่ว่าจะมากหรือน้อย ล้วนส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพการทำงานของร่างกาย และหากมีปริมาณที่มากเกินจะส่งผลให้เสียชีวิตได้

ความสัมพันธ์ของการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ต่อสุขภาพ

2.1 พิษของแอลกอฮอล์ต่ออวัยวะและระบบในร่างกาย

  เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มีพิษต่ออวัยวะและระบบต่างๆในร่างกาย ดังนี้พิษต่อสมอง

      ทำให้เซลล์สมองเสื่อม พบว่าผู้ติดสุรามีการฝ่อลีบของสมองส่วนที่มีผลต่อการเสื่อมทางจิตหลายประการ เช่น ความจำเสื่อม ขาดความรับผิดชอบ เมื่อเป็นมากเกิดประสาทหลอน หูแว่ว หลงผิด หวาดระแวง คลุ้มคลั่ง นอกจากนี้แอลกอฮอล์ยังมีฤทธิ์กดประสาทโดยกดศูนย์ควบคุมระบบต่างๆ เช่น กดศูนย์หัวใจ และศูนย์ควบคุมการไหลเวียนของโลหิตในสมองทำให้ถึงแก่ชีวิตได้พิษต่อระบบเผาผลาญและต่อมไร้ท่อ

        แอลกอฮอล์ทำให้เกิดน้ำตาลในเลือดสูง หรือมีอาการของเบาหวานได้ เนื่องจากมีการทำลายเซลล์ของตับอ่อน หรือในทางตรงข้ามทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำ หากดื่มติดต่อกันโดยไม่รับประทานอาหาร 2-3 วัน

พิษต่อตับ

              ทำให้เกิดไขมันในตับและเซลล์ของตับจะตาย ถ้าเป็นเรื้อรังจะกลายเป็นตับแข็งในที่สุดพิษต่อตับอ่อน

 

  แอลกอฮอล์มีผลทำให้น้ำย่อยของตับอ่อน และเอนไซม์ของตับอ่อนเพิ่มขึ้น ทำให้ตับอ่อนอักเสบ

พิษต่อกระเพาะอาหาร

 

              ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ ถ้าแอลกอฮอล์มีปริมาณความเข้มข้นสูงจะทำให้เยื่อบุ
กระเพาะอาหารอักเสบ ถ่ายอุจาระดำ บางรายอาจมีการฉีกขาดของเยื่อหลอดอาหารตอนปลายต่อกระเพาะ 
ซึ่งเกิดจากการอาเจียนหรือขย้อนอย่างรุนแรง และอาจจะรู้สึกเจ็บบริเวณยอด
อก

พิษต่อกระดูก

 

              ทำให้กระดูกผุ นอกจากนั้นแอลกอฮอล์ทำให้มีอาการข้ออักเสบชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “โรคเกาต์ (Gout)” 

พิษต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด

 

              แอลกอฮอล์ทำให้หลอดเลือดขยาย หน้าแดง รู้สึกอบอุ่น ถ้าอยู่ในที่มีอากาศเย็น เนื่องจากร่างกาย
ไม่สามารถปรับตัวเพื่อเก็บความร้อนได้และแอลกอฮอล์มีผลต่อกล้ามเนื้อหัวใจทำให้การบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ
ลดลง

พิษต่อลำไส้เล็ก

 

          ทำให้เยื่อบุลำไส้เล็กส่วนต้นอักเสบ และทำให้ความดันของหูรูดของท่อน้ำดีที่มาเปิดเข้าสู่ลำไส้เล็กส่วนต้นสูงขึ้น เป็นสาเหตุให้น้ำดีจากตับ และน้ำย่อยจากตับอ่อนออกมาช่วยในการย่อยอาหารได้ลำบากทำให้เกิดอาการท้องอืด การดูดซึมอาหารลดลง

พิษต่อทารกในครรภ์

 

          มาดารที่ดื่มสุราในระยะก่อนหรือระยะตั้งครรภ์ จำทำให้มีการส่งผ่านแอลกอฮอล์ไปยังทารกในครรภ์ได้โดยผ่านทารกจะทำให้ทารกเกิดความพิการทางร่างกายและสมอง

2.2  เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ต่อการเกิดโรคต่างๆ

          การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มีโทษต่อสุขภาพ ทำให้เกิดโรคต่างๆ ดังนี้

1. โรคตับแข็ง

 

  เนื่องจากเนื้อเยื่อตับถูกทำลายและมีไขมันแทรกเข้าไปอยู่ในเซลล์ตับทำให้ตับไม่สามารถกำจัดสารพิษให้ร่างกายได้และนำไปสู่การเสียชีวิต

2. โรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ

 

          เนื่องจากเยื่อบุในกระเพาะอาหาร และลำไส้ถูกทำลาย ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง จนกลายเป็นแผล 
และเกิดอาการปวดท้อง ถึงขั้นอาเจียนเป็นเลือดได้

3. โรคหัวใจและความดันโลหิตสูง

 

          เนื่องจากแอลกอฮอล์ทำให้หัวใจเต้นเร็ว หากดื่มนานๆ กล้ามเนื้อหัวใจต้องออกแรงสูบฉีดเลือดมากกว่าปกติ จนทำให้ความดันโลหิตสูง เพราะเลือดจะไหลแรงขึ้น

4. โรคสมองและประสาท

 

          เนื่องจากแอลกอฮอล์ทำลายเนื้อเยื่อสมอง ทำให้เยื่อหุ้มสมองอักเสบสมองไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ 
ปวดศีรษะรุนแรง เกิดอาการชักและเป็นโรคประสาทหลอน โรคซึมเศร้ามีอาการวิกลจริต

5. โรคพิษสุราเรื้อรัง

 

          การติดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์จะเลิกยาก ทำให้เป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง ซึ่งมีอาการมีวงสีขาวรอบตาดำ 
จมูกแดง ฝ่ามือแดง ตับโต ปวดท้องด้านบนอย่างรุนแรง เมื่อกดจะรู้สึกเจ็บและปวดร้าวไปทางด้านหลัง มือเท้าชาและอ่อนแรง

6. โรคมะเร็ง

 

          การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์จะทำให้เป็นมะเร็งในบริเวณที่เป็นทางผ่านของแอลกอฮอล์ เช่น 
มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งลำไส้ 

คำศัพท์สำคัญ

          Alcoholic   (แอลกะฮอลลิค)     ผู้ติดสุราเรื้อรัง

 

          Health        (เฮลธฺ)        สุขภาพ

3. ความสัมพันธ์ของการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อการเกิดอุบัติเหตุ

      สาเหตุของอุบัติเหตุจากการจราจรทางบก ส่วนใหญ่เกิดจากการที่มี่ผู้ขับขี่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือเมาแล้วขับ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น ปีใหม่ สงกรานต์ ที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมาก สถิติอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2554 วันที่ 10-17 เมษายน หรือ 7 วันอันตราย พบว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นทั้งหมด 3,215 ครั้ง เสียชีวิต 271 คน ผู้บาดเจ็บรวม 3,476 คน โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 38.76และมีรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ประมาณร้อยละ 80

 

      การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จึงมีความสัมพันธ์ต่อการเกิดอุบัติเหตุ ที่นำมาซึ่งการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน หรือบาดเจ็บต่างๆ เพราะดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเฉพาะสุรา จะมีผลไปกดการทำงานของระบบประสาท ทำให้ร่างกายทำงานของร่างกายหย่อนสมรรถภาพ การรับรู้เกี่ยวกับภาพ แสง และสีของสัญลักษณ์ต่างๆ ช้าลง มองเห็นได้ในขอบเขตที่แคบ การคาดคะเนระยะผิดไป จึงทำให้มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

 

ตารางแสดงความสัมพันธ์ระหว่างระดับแอลกอฮอล์ในเลือดกับการเกิดอุบัติเหตุ

          การเมาสุราแล้วขับรถ มีความผิดตามกฎหมายมีโทษทั้งจำทั้งปรับ เพราะการเกิดอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับนอกจากจะส่งผลกระทบต่อตนเองแล้ว ยังอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่นด้วย

4. วิธีหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

      เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เป็นสารเสพติดที่ให้โทษต่อสุขภาพของตนเอง และมีผลต่อการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้อื่น เราจึงควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งปฏิบัติได้ ดังนี้

      1.ศึกษาและตระหนักถึงผลร้ายของเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ที่มีต่อสุขภาพของตนเอง ครอบครัว สังคม

      2.) นำตัวอย่างของผู้ที่ต้องตาย สูญเสียทรัพย์สิน หมดอนาคต และผลร้ายอื่นๆ ที่เกิดกับผู้นั้นมาเป็น
อุทาหรณ์ที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

      3.) ไม่ทดลองดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ แม้เพียงเล็กน้อยโดยเด็ดขาด

      4.) ไม่มีความเชื่อหรือค่านิยมที่ผิด เช่น การดื่มเป็นสิ่งที่โก้เก๋ การดื่มแสดงถึงความเป็นชาย การดื่มแสดงถึง
ความเป็นผู้ใหญ่

 

      5.) ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เพื่อหนีปัญหาหรือแก้ปัญหาเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นควรเผชิญปัญหาและใช้
สติปัญญาในการแก้ไขปัญหานั้น หรือปรึกษาพ่อแม่ผู้ปกครองเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง

    6.ปฏิเสธการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในงานสังคมที่มีการดื่ม โดยดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มอื่นที่ไม่มี
แอลกอฮอล์แทน

     7.หลีกเลี่ยงการคบกับคนที่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะเสี่ยงต่อการถูกชักชวนให้ดื่มได้

     8.หลีกเลี่ยงการเข้าไปในสถานบันเทิงหรือกลุ่มคนที่กำลังมีการดื่มกันอยู่ เพราะอาจถูกชักชวนให้ดื่มได้

 

     9.ปฏิบัติตนตามหลักธรรมทางศาสนาอย่างเคร่งครัด

 

 

สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  http://www.thaiantialcohol.com

         เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยทำให้เกิดโรคร้ายต่างๆ และยังมีความสัมพันธ์ต่อการเกิดอุบัติเหตุด้วย ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงและงดเว้นการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพื่อสุขภาพที่ดีต่อตนเอง ครอบครัว และทำให้สังคมน่าอยู่ เกิดความสงบสุข

 


แบบฝึกหัดก่อนเรียน : เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์กับสุขภาพและการเกิดอุบัติเหตุ
แบบฝึกหัดหลังเรียน : เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์กับสุขภาพและการเกิดอุบัติเหตุ