จำนวนผู้ชม : 773 คน


 
Coolระบบนิเวศ (ecosystem)คือ ระบบของกลุ่มสิ่งมีชีวิตในแหล่งที่อยู่เดียวกันมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันและมีความสัมพันธ์กับสิ่งไม่มีชีวิต ในแหล่งที่อยู่นั้นด้วยโลกจัดว่าเป็นระบบนิเวศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเรียกว่าโลกของสิ่งมีชีวิต(biosphere)
Kissสิ่งมีชีวิต (Organism) หมายถึง สิ่งที่ต้องใช้พลังงานในการดำรงชีวิต ซึ่งมีลักษณะที่สำคัญดังนี้ต้องมีการเจริญเติบโต เคลื่อนไหวได้ สืบพันธุ์ได้ประกอบไปด้วยเซลล์ มีการหายใจ มีการขับถ่ายของเสีย ต้องการอาหาร
Smileประชากร (Population) หมายถึงสิ่งมีชีวิต ทั้งหมดที่เป็นชนิดเดียวกันอาศัยอยู่ในแหล่งที่อยู่เดียวกัน ณ ช่วงเวลาเดียวกัน
Kissกลุ่มสิ่งมีชีวิต (Community) หมายถึง สิ่งมีชีวิตต่างๆหลายชนิดมาอาศัยอยู่รวมกันในบริเวณใดบริเวณหนึ่งโดยสิ่งมีชีวิตนั้นๆมีความสัมพันธ์กันโดยตรงหรือโดยทางอ้อม
 

Winkโลกของสิ่งมีชีวิต (Biosphere) หมายถึง ระบบนิเวศหลายๆ ระบบนิเวศมารวมกัน

 

Winkแหล่งที่อยู่ (Habitat) หมายถึง แหล่งที่อยู่อาศัยของกลุ่มสิ่งมีชีวิตต่างๆ ทั้งบนบกและในน้ำ

Winkสิ่งแวดล้อม (Environment)หมายถึง สิ่งที่มีผลต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต

 



ประเภทของระบบนิเวศ แบ่งออกเป็น 
1. ระบบนิเวศบนบก terrestrial cosystems) 

เป็นระบบนิเวศที่ปรากฏอยู่บนพื้นดิน ซึ่งแตกต่างกันไปโดยใช้ลักษณะเด่นของพืชเป็นหลักแบ่งซึ่งขึ้นกับปัจจัยสำคัญ 2 ประการ คือ อุณหภูมิและปริมาณน้ำฝน ทำให้พืชพรรณต่างๆ แตกต่างกัน

1.ระบบนิเวศป่าไม้เขตร้อน ได้แก่ ระบบนิเวศป่า เบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา เป็นต้น

2. ระบบนิเวศป่าไม้เขตอบอุ่น ได้แก่ ระบบนิเวศ ป่าผลัดใบเขตอบอุ่น ป่าเมดิเตอร์เรเนียน

3. ระบบนิเวศป่าไม้เขตหนาว ได้แก่ระบบนิเวศ ป่าสน

4. ระบบนิเวศป่าชายฝั่ง (ป่าชายเลน ป่าชายหาด ป่าโขดหิน)

 
ระบบนิเวศในน้ำ (Aquatic Ecosystems) เป็นระบบนิเวศในแหล่งน้ำต่าง ๆ ของโลก เช่นระบบนิเวศน้ำจืด (Fresh water Ecosystem) ระบบนิเวศน้ำกร่อย (Estuarine Ecosystem) ระบบนิเวศน้ำเค็ม (Marine Ecosystem) 

 

 
 
 


  

แบ่งเป็น

  1. ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต

ในการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตจำเป็นต้องอาศัยสิ่งแวดล้อมต่างๆ เพื่อช่วยในการดำรงชีวิต ซึ่งสิ่งแวดล้อมจัดเป็นปัจจัยที่ไม่มีชีวิต สิ่งแวดล้อที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ได้แก่

  • แสง 
  • อุณหภูมิ
  • น้ำ 
  •  ดินและแร่ธาตุในดิน
  • อากาศ                                                                                                        แสง เป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตหลายชนิด เช่น

              -ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช
              -การหุบและบานของดอกและใบของพืชหลายชนิด เช่น ใบไมยราบ ใบกระถิน
              -มีอิทธิพลต่อเวลาการออกอาหารของสัตว์
          อุณหภูมิ เป็นปัจัยสำคัญที่มีอิธิพลต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตหลายประการ เช่น

อุณหภูมิมีผลต่อการหุบและบานของดอกไม้บางชนิด เช่น ดอกบัวจะบานตอนกลางวันและจะหุบในตอนกลางคืน
อุณหภูมิมีผลต่อพฤติกรรมบางประการของสัตว์ เช่น การจำศีลมนฤดูหนาวของหมีขั้วโลก
อุณหภูมิมีผลต่อลักษณะและรูปร่างของสิ่งมีชีวิต เช่น สัตว์ในเขตหนาวจะมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่าสัตว์ในเขตร้อน หรือสัตว์บางชนิดที่อยู่ในเขตหนาวจะมีขนหนากว่าสัตว์ในเขตร้อน
          น้ำ เป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต เช่น

น้ำเป็นวัตถุดิบในการบวนการสังเคราะห์ด้วยแวงของพืช และน้ำยังเป็นตัวทำละลายที่สำคัญที่ทำให้แร่ธาตุต่างๆที่มีอยู่ในดินละลายและซึมสู่พื้นดินเพื่อให้พืชสามารถนำไปใช้ได้
น้ำเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการงอกของเมล็ด
น้ำเป็นส่วนประกอบในเซลล์ร่างกายของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด
น้ำเป็นสื่อกลางในการช่วยขับของเสียออกจากร่างการของสิ่งมีชีวิต
         ดินและแร่ธาตุในดิน เป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิต

ดินเป็นแล่งที่อยู่ของพืช อีกทั้งยังให้แร่ธาตุที่จำเป็นในการดำรงชีวิต
ดินช่วยในการกักเก็บน้ำและอากาศ
ดินเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตเกือบทุกชนิดบนโลก
        อากาศ เป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต เช่น

อากาศมีแก๊สออกซิเจน ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตแทบทุกชนิด
อากาศมีแก๊สออกซิเจน ที่ผสมอยู่ช่วยในการเผาไหม้

ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ แบ่งออก เป็น 2 ลักษณะคือ

1. ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน

2. ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่างชนิดกัน

     ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตทั้ง 3 กลุ่ม (ผู้ผลิต - ผู้บริโภค - ผู้ย่อยสลาย)

 ในระบบนิเวศ จะมีการถ่ายทอดพลังงาน เป็นทอดๆจากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภค การไหลเวียน การถ่ายทอดพลังงานเป็นทอดๆ นี้ เรียกว่า ห่วงโซ่อาหาร (food chain)

พลังงานทั้งหลายในระบบนิเวศ นี้เกิดจากแสงอาทิตย์ พลังงานแสงถูกถ่ายทอดโดยเปลี่ยนรูปเป็นพลังงานศักย์ สะสมไว้ในสารอาหาร ซึ่งเกิดจากกระบวนการ สังเคราะห์ ด้วยแสง แล้วถูกถ่ายทอดไปสู่ผู้บริโภคลำดับต่างๆ ในระบบนิเวศ ซึ่งมีความสัมพันธ์กัน อย่างซับซ้อน ในรูปแบบที่เรียกว่า สายใยอาหาร (food web)

 

ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่างชนิดในระบบนิเวศเดียวกัน

(Interspecific interaction) 
แบ่งเป็น 

1. ภาวได้ประโยชน์ร่วมกัน

1.1  ภาวะพึ่งพา (mutualism) (+,+)/(-,-)

   เป็นความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิดที่อาศัยอยู่ร่วมกันตลอดชีวิต และต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์จากกันและกันแต่หากแยกจากกันจะไม่สามารถดำรงชีวิตต่อไปได้ ตัวอย่างเช่น
            ไลเคน (lichen)

พบตามเปลือกต้นไม้ขนาดใหญ่บริเวณที่มีความชื้นสูง

ไลเคนเป็นสิ่งมีชีวิต 2 ชนิดคือ รากับสาหร่ายสีเขียว การอยู่ร่วมกันนี้ทั้งสาหร่ายและราต่างได้รับประโยชน์ กล่าวคือ สาหร่ายสร้างอาหารได้เองแต่ต้องอาศัยความชื้นจากรา ราก็ได้อาศัยอาหารที่สาหร่ายสร้างขึ้น และ ให้

ความชื้นแก่สาหร่าย

 ด้วงกับมดดำด้วงขนาดเล็กให้สารอาหารที่สร้างขึ้นกับมด มดเลี้ยงดูและป้องกันศัตรูให้ด้วง
ปลวกกับโพรโทซัวที่อยู่ในลำไส้ปลวก โพรโทซัวได้อาหารและที่อยู่อาศัยจากปลวก ปลวกอาศัยโพรโทซัวช่วยย่อยไม้ที่กินเข้าไป
แบคทีเรียพวกไรโซเบียม (Rhizobiun)ที่อาศัยอยู่ที่ปมรากพืชตระกูลถั่ว โดยแบคทีเรียได้อาหารและที่อาศัยจากต้นถั่ว พืชตระกูลถั่วได้อาหารจากแบคทีเรียช่วยเปลี่ยนแก๊สไนโตรเจนจากอากาศเป็นปุ๋ย (หนูทิพย์ จำรัส. 2550)
 
 
 

 

1.2  ภาวะได้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน (protocooperation) (+,+)/(0,0)

           สิ่งมีชีวิต 2 ชนิดเมื่ออาศัยอยู่ร่วมกันต่างก็ได้รับประโยชน์จากกันและกันแต่ไม่จำเป็นต้องอยู่ร่วมกันเสมอไป

แม้แยกกันอยู่ก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ต่อไปได้ เช่น

  •  มดดำกับเพลี้ย เพลี้ยอาศัยมดดำพาไปวางไข่ตามต้นพืช  มดดำได้อาหารจากเพลี้ยด้วยการดูดน้ำเลี้ยงจากเพลี้ย
  •  นกเอี้ยงกับควาย นกเอี้ยงได้กินแมลงต่าง ๆ บนหลังควาย ควายสบายตัวเพราะไม่มีแมลง          มารบกวน
  •  ดอกไม้กับแมลง แมลงได้น้ำหวานจากดอกไม้เป็นอาหารดอกไม้ได้แมลงช่วยผสมเกสร
  •  ปูเสฉวนกับดอกไม้ทะเล ดอกไม้ทะเลจะเกาะอยู่บนเปลือกของปูเสฉวน สามารถเคลื่อนที่ไปหาแหล่งอาหารใหม่ ๆ ได้ และยังได้รับอาหารบางส่วนจากปูเสฉวนด้วย ในขณะที่ปูเสฉวนก็ใช้ดอกไม้ทะเลช่วยพรางตาศัตรูได้

     (หนูทิพย์ จำรัส. 2550)

 
 
 

2. ภาวะอิงอาศัย (commensalism ) (+,0)/(-,0)

    เมื่ออยู่ร่วมกันฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์อีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้และไม่เสียประโยชน์ เมื่อแยกจากกันตัวที่ไม่ได้ไม่เสีย

ประโยชน์จะเหมือนเดิมแต่ฝ่ายที่เคยได้รับประโยชน์จะไม่ได้อะไรแทนหรืออาจจะเสียประโยชน์เมื่อไม่ได้อยู่รวมกัน

กับผู้อื่น เช่น

            พืชที่เจริญเติบโตบนต้นไม้ใหญ่ 

  • กล้วยไม้บนต้นไม้ กล้วยไม้เป็นพืชที่เกาะอยู่บนต้นไม้อื่นๆ โดยไม่ชอนไชรากลงไปเพื่อแย่งน้ำหรืออาหารจากต้นไม้
  • เฟิร์น พลูด่าง เถาวัลย์ ที่เลื้อยพันอยู่กับต้นไม้ใหญ่ เฉพาะบริเวณเปลือกของลำต้นซึ่งอาศัยความชื้นและแร่ธาตุบางอย่างจากเปลือกต้นไม้เท่านั้น โดยต้นไม้ใหญ่ไม่เสีย

    ประโยชน์

  •  เหาฉลามกับปลาฉลาม เหาฉลามจะเคลื่อนที่ไปพร้อมกับปลาฉลามและได้รับอาหารที่เหลือจาก

ปลาฉลามด้วย ส่วนปลาฉลามก็ไม่ได้หรือเสียประโยชน์อะไร

     (หนูทิพย์ จำรัส. 2550)

 
 
 
 

 

3. ภาวะปรสิต(Parasitism) ใช้สัญลักษณ์ + / -

      อาศัยอยู่กับ Host ได้ 2 ลักษณะ

1. ปรสิตภายนอก(Ectoparasite) ได้แก่ กาฝาก ฝอยทอง เหา หมัด โลน เป็นต้น

 
 
 

 

2. ปรสิตภายใน(Endoparasite) ได้แก่ แบคทีเรีย ไวรัส พยาธิต่างๆ

 
 
 

 

4. การล่าเหยื่อ (Predation) ใช้สัญลักษณ์ + / -

1. สัตว์กินสัตว์ เช่น เสือกินวัว นกกินแมลง

2. สัตว์กินพืช เช่น ตั๊กแตนปาทังก้ากินต้นข้าวโพด พะยูนกินหญ้าทะเล

 
 
 

 

5. ภาวะแข่งขัน (Competition) ใช้สัญลักษณ์ -/-

  • บัวกับผักตบชวาในสระน้ำ 
  •  จอกกับแหนในแหล่งน้ำ
  •  ต้นถั่วที่ปลูกมากมายในกระป๋องเล็กๆต้นไม้ในป่าที่ แข่งกันสูงเพื่อแข่งกันรับแสงสว่าง             
  • มอด 2 ชนิดต่างก็ต่อสู้แย่งอาหารชนิดเดียวกัน
 
 





เอกสารที่แนบ : เอกสาร เรื่อง ระบบนิเวศ ม.3 ปี63