จำนวนผู้ชม : 31 คน


กติกากีฬาวอลเลย์บอล


กติกากีฬาวอลเลย์บอล

สนามแข่งขัน

สนามแข่งขันควรจะเป็นพื้นดิน พื้นไม้หรือพื้นปูนซีเมนต์ (เรียบ) และต้องเป็นพื้นแข็งเรียบ ไม่มีสิ่งกีดขวาง มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้าง 9 เมตร ยาว 18 เมตร โดยมีบริเวณรอบ ๆ สนาม ห่างจากสนามอย่างน้อย 2 เมตร ถ้าเป็นสนามกลางแจ้งต้องมีบริเวณรอบ ๆ สนาม ห่างจากสนามอย่างน้อย 3 เมตร ความสูงจากพื้นสนามขึ้นไปมีสิ่งกีดขวางหรือติดเพดานอย่างน้อย 7 เมตร หากเป็นการแข่งขันระดับนานาชาติ บริเวณรอบสนามต้องห่างไม่น้อยกว่า 5 เมตร จากเส้นข้าง และ 8 เมตร วัดจากเส้นหลัง ความสูงของเพดาน หรือสิ่งกีดขวางอย่างน้อย 12.5 เมตร และสนามต้องเป็นพื้นไม้ หรือพื้นสังเคราะห์อื่น ๆ ได้ แต่ต้องได้รับการรับรองจากสหพันธ์วอลเลย์บอลบอลนานาชาติ (I.V.B.F)

เส้นเขตสนาม (Boundary lines) เส้นทุกเส้นกว้าง 5 เซนติเมตร เป็นสีอ่อนแตกต่างจากสีพื้นสนาม เส้นทั้งหมดนี้รวมอยู่ในสนามแข่งขัน กว้าง ยาว เท่ากับ 9 x 18 เมตร

เส้นทุกเส้นกว้าง 5 เซนติเมตร เป็นสีอ่อนแตกต่างจากสีพื้นสนาม เส้นทั้งหมดนี้รวมอยู่ในสนามแข่งขัน กว้าง ยาว เท่ากับ 9 x 18 เมตร

เส้นแบ่งแดน (Center line) เป็นเส้นที่แบ่งพื้นสนามออกเป็น 2 ส่วน ยู่ตรงกึ่งกลางของสนามขนาดกว้างจากจุดกึ่งกลางสนามไปยังเส้นหลัง 9 เมตร เส้นจะอยู่ใต้ตาข่ายหรือตรงเสาตาข่ายพอดี

เป็นเส้นที่แบ่งพื้นสนามออกเป็น 2 ส่วน ยู่ตรงกึ่งกลางของสนามขนาดกว้างจากจุดกึ่งกลางสนามไปยังเส้นหลัง 9 เมตร เส้นจะอยู่ใต้ตาข่ายหรือตรงเสาตาข่ายพอดี

เส้นเขตแดน (Zone lines) เส้นเขตรุกและเขตรุก เขตรุกแต่ละฝ่ายเป็นเขตที่กำหนดโดยเขตรุกกว้าง 3 เมตร คิดรวมกับความกว้างของเส้นด้วย เขตรุกจะลากขนานกับเส้นแบ่งแดนของสนาม และสมมติว่ามีความยาวออกไปนอกกเขตสนามโดยไม่มีกำหนด

เส้นเสิร์ฟและเขตเสิร์ฟ คือ เส้นที่ลากยาว 15 เซนติเมตร สองเส้นจากปลายสุดของสนาม โดยเขียนให้ห่างจากเส้นหลัง 20 เซนติเมตร ซึ่งเขียนจากปลายเส้นข้างด้านขวาหนึ่งเส้น และเข้าไปทางซ้ายด้านในของสนามห่างกัน 3 เมตรอีกหนึ่งเส้น

เขตเปลี่ยนตัว อยู่ที่เขตรุกของทั้งสองฝ่ายที่เป็นแนวสมมติเลยออกไปในเขตรอบสนามที่อยู่ทั้งสองด้านของโต๊ะผู้บันทึก

เส้นเขตรุกและเขตรุก เขตรุกแต่ละฝ่ายเป็นเขตที่กำหนดโดยเขตรุกกว้าง 3 เมตร คิดรวมกับความกว้างของเส้นด้วย เขตรุกจะลากขนานกับเส้นแบ่งแดนของสนาม และสมมติว่ามีความยาวออกไปนอกกเขตสนามโดยไม่มีกำหนด

เส้นเสิร์ฟและเขตเสิร์ฟ คือ เส้นที่ลากยาว 15 เซนติเมตร สองเส้นจากปลายสุดของสนาม โดยเขียนให้ห่างจากเส้นหลัง 20 เซนติเมตร ซึ่งเขียนจากปลายเส้นข้างด้านขวาหนึ่งเส้น และเข้าไปทางซ้ายด้านในของสนามห่างกัน 3 เมตรอีกหนึ่งเส้น

เขตเปลี่ยนตัว อยู่ที่เขตรุกของทั้งสองฝ่ายที่เป็นแนวสมมติเลยออกไปในเขตรอบสนามที่อยู่ทั้งสองด้านของโต๊ะผู้บันทึก

แสงสว่าง (Light) แสงสว่างในสนามควรอยู่ระหว่าง 500 – 1,500 วัตต์แสงสว่างในสนามควรอยู่ระหว่าง 500 – 1,500 วัตต์ ตาข่ายและเสาขึงตาข่าย

ตาข่าย (Net) มีขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 9.5 เมตร ขึงอยู่ในแนวดิ่งเหนือจุดกึ่งกลางของเส้นแบ่งแดน จะแบ่งสนามออกเป็น 2 ส่วนมีขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 9.5 เมตร ขึงอยู่ในแนวดิ่งเหนือจุดกึ่งกลางของเส้นแบ่งแดน จะแบ่งสนามออกเป็น 2 ส่วน

แถบข้าง (Side Bands)ใช้แถบสีขาวก้าง 5 เซนติเมตร ยาว 1 เมตร ติดที่ปลายตาข่ายแต่ละด้าน ตั้งให้ได้ฉากกับเส้นข้าง และอยู่ในแนวเดียวกับจุดกึ่งกลางของเส้นแบ่งแดน แถบข้างนี้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของตาข่ายใช้แถบสีขาวก้าง เซนติเมตร ยาว เมตร ติดที่ปลายตาข่ายแต่ละด้าน ตั้งให้ได้ฉากกับเส้นข้าง และอยู่ในแนวเดียวกับจุดกึ่งกลางของเส้นแบ่งแดน แถบข้างนี้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของตาข่าย

เสาอากาศ (Antennas) ทำด้วยหลอดใยแก้ว หรือวัตถุที่คล้ายกัน มีความยาว 1.8 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 10 มิลลิเมตร ทาสีขาวสลับแดงเป็นช่วง ๆ แต่ละช่วงห่างกัน 10 เซนติเมตร เสาอากาศมี 2 เสา แต่ละเสาผูกติดกับขอบตาข่าย นอกสุดตรงกับแถบเส้นข้างของตาข่าย โดยให้ยื่นไปเหนือตาข่าย 80 เซนติเมตรทำด้วยหลอดใยแก้ว หรือวัตถุที่คล้ายกัน มีความยาว 1.8 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 10 มิลลิเมตร ทาสีขาวสลับแดงเป็นช่วง ๆ แต่ละช่วงห่างกัน 10 เซนติเมตร เสาอากาศมี เสา แต่ละเสาผูกติดกับขอบตาข่าย นอกสุดตรงกับแถบเส้นข้างของตาข่าย โดยให้ยื่นไปเหนือตาข่าย 80 เซนติเมตร

ความสูงของตาข่าย (Height of the Net) ความสูงตาข่ายของนักกีฬาชาย 2.43 เมตร และนักกีฬาหญิง 2.24 เมตร โดยวัดที่กึ่งกลางสนาความสูงตาข่ายของนักกีฬาชาย 2.43 เมตร และนักกีฬาหญิง 2.24 เมตร โดยวัดที่กึ่งกลางสนามเสาขึงตาข่าย ควรจะมีลักษณะกลมและเรียบทั้งสองเสา ซึ่งสามารถปรับระดับได้ มีความสูง 2.55 เมตร เพื่อรองรับปลายสุดของตาข่ายแต่ละด้าน เสาขึงต้องยึดติดอยู่กับพื้น ห่างจากเส้นข้างอย่างน้อย 50 – 100 เซนติเมตร ห้ามใช้ลวดหรือโลหะเป็นตัวยึดตาข่ายกับเสาเพราะจะเป็นอันตราย

ควรจะมีลักษณะกลมและเรียบทั้งสองเสา ซึ่งสามารถปรับระดับได้ มีความสูง 2.55 เมตร เพื่อรองรับปลายสุดของตาข่ายแต่ละด้าน เสาขึงต้องยึดติดอยู่กับพื้น ห่างจากเส้นข้างอย่างน้อย 50 – 100 เซนติเมตร ห้ามใช้ลวดหรือโลหะเป็นตัวยึดตาข่ายกับเสาเพราะจะเป็นอันตราย


ลูกบอล

ลูกบอลต้องมีลักษณะกลม ทำด้วยหนังฟอกที่ยืดหยุ่นได้ มียางในทำด้วยยางหรือวัสดุที่คล้ายคลึงกัน 
สีต้องเป็นไปตามแบบและเป็นสีอ่อน (สีขาว) ขนาดเส้นรอบวงระหว่าง 6.5 - 6.7 เซนติเมตร น้ำหนักระหว่าง 260
 – 270 กรัม แรงอัดระหว่าง 0.40 – 0.45 กก./ตร.ซม.

การใช้ลูกบอล 3 ลูก

การแข่งขันระหว่างชาติ ควรใช้ลูกบอล 3 ลูก โดยมีผู้คอยเก็บลูกบอลส่งให้ 6 คน ซึ่งอยู่ที่มุมเขตสนามทั้ง
สี่มุม มุมละ 1 คน และด้านหลังผู้ตัดสินด้านละ 1 คน

 

ผู้เล่น

ผู้เล่นจะแบ่งเป็นชุด แต่ละชุดประกอบด้วยผู้เล่นไม่เกิน 12 คน ผู้ฝึกสอน 1 คน ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน 1 คน และแพทย์ 1 คน ผู้เล่นที่ชื่อในในบันทึกเท่านั้นจึงมีสิทธิ์ลงแข่งขันในครั้งนั้นได้ และเมื่อหัวหน้าชุดและผู้ฝึกสอนลงนามในใบบันทึกจะเปลี่ยนแปลงผู้เล่นไม่ได้ 
ส่วนหัวหน้าชุดที่มีชื่อในใบบันทึกเพียง 1 คนเท่านั้นที่ทำหน้าที่ได้
 

เครื่องแต่งกายของผู้เล่นต้องเป็นแบบเดียวกัน จะเป็นแขนสั้นหรือแขนยาวก็ได้ เสื้อของผู้เล่นต้องติดหมายเลขที่ด้านหน้ามีขนาดสูงไม่น้อยกว่า 8 เซนติเมตร และด้านหลังมีขนาดสูงไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร ขนาดกว้างไม่น้อยกว่า 2 เซนติเมตร ติดหมายเลขตั้งแต่ 1 – 12 ถ้าทั้งสองชุดมีเสื้อสีเหมือนกัน ให้ชุดที่เป็นชุดเหย้าเป็นผู้เปลี่ยน แต่ถ้าแข่งขันสนามกลางให้ทีมที่มีชื่อในในบันทึกก่อนเป็นผู้เปลี่ยนชุด อนุญาตให้เปลี่ยนเสื้อระหว่างการแข่งขันได้ แต่ต้องเป็นหมายเลขเดิม หรือการขอเปลี่ยนกองหน้า ผู้ตัดสินที่ 1 อาจจะอนุญาตให้กระทำได้เช่นเดียวกันกับการอนุญาตให้ใช้ชุดฝึกแข่งขันได้ในกรณีอากาศหนาวเย็นมาก แต่ต้องเป็นสีเดียวกัน

ข้อห้ามของผู้เล่น

ก่อนเริ่มแข่งขัน แต่ละชุดสามารถอบอุ่นร่างกายที่ตาข่าย 3 นาที ถ้ามีสนามอบอุ่นร่างกายแยกต่างหาก แต่ถ้าไม่มีให้อบอุ่นร่างกายได้ชุดละ 5 นาที และหากหัวหน้าชุดทั้งสองประสงค์จะอบอุ่นร่างกายที่ตาข่ายพร้อมกันให้ใช้เวลาภายใน 6 – 10 นาที และให้ชุดที่เลือกเสิร์ฟก่อนเป็นชุดที่อบอุ่นร่างกายที่ตาข่ายก่อน

ตำแหน่งเริ่มเล่นของชุด

ก่อนเริ่มเล่นในแต่ละเซต ผู้ฝึกสอนต้องส่งใบตำแหน่งเริมเล่นให้ผู้ตัดสินที่ 2 และถือว่าผู้เล่นทั้ง 6 คนในสนามคือผู้ที่เริ่มการเล่น

 

ที่นั่งของผู้เล่นสำรองและผู้ฝึกสอน

ผู้ที่ไม่มีชื่อในใบตำแหน่งการเริ่งเล่นในเซตนั้นถือว่าเป็นผู้เล่นสำรองในเซต ผู้เล่นสำรองและผู้ฝึกสอนต้องนั่งอยู่ที่ม้านั่งในแดนของตนเอง โดยสามารถอบอุ่นร่างกายแบบไม่ใช้ลูกบอลนอกเขตสนามรอบ ๆ และต้องมานั่งที่เดิมเมื่ออบอุ่นร่างกายแล้ว สามารถให้กำลังใจกับเพื่อนร่วมทีมได้

การผิดตำแหน่ง

ผู้เล่นที่ไม่อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องในขณะที่ผู้เสิร์ฟตีลูกบอลเพื่อเสิร์ฟ จะถือเป็นการผิดตำแหน่ง ซึ่งมีวิธีปฏิบัติดังนี้

เมื่อตรวจพบว่าผู้เล่นผิดตำแหน่งให้ลงโทษทีมที่ผิดทันที โดยผู้เล่นต้องหมุนไปยังตำแหน่งที่ถูกต้องทันที และผู้บันทึกต้องตรวจสอบให้แน่ชดว่าข้อผิดพลาดนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เพื่อยกเลิกคะแนนทั้งหมดของชุดที่ผิดกติกา ส่วนของฝ่ายตรงข้ามให้คงไว้

ความผิดที่เกิดขึ้นระหว่างการเสิร์ฟที่ผิดกติกากับการยืนตำแหน่งผิดกติกา ให้ลงโทษการยืนตำแหน่งผิดเพราะเป็นโทษที่หนักกว่า และเพื่อตรวจพบว่าการหมุนตำแหน่งผิดให้หยุดการเล่นและแก้ไขใหม่ให้ถูกกต้อง

การหยุดการเล่น

การหยุดการเล่นที่ถูกต้อง คือ การขอเวลานอก ขอเปลี่ยนตัวผู้ตัดสินเป็นผู้อนุญาตเมื่อลูกตาย โดยหัวหน้าชุดเป็นผู้ขอ การขอเวลานอกต้องไม่เกิน 30 วินาทีต่อครั้ง แต่ละทีมจะขอได้ไม่เกิน 2 ครั้ง และเปลี่ยนตัวได้ไม่เกิน 6 ครั้ง ต่อหนึ่งเซต และทีมนั้นจะถูกปรับเป็นขอเวลานอก หากผู้ตัดสินให้สัญญาณเล่นต่อแล้วถ่วงเวลาหรือหยุดการเล่น

การขอเวลานอก

การขอเวลานอกควรปฏิบัติดังนี้ คือ ผู้เล่นสำรองต้องพร้อม โดยถือป้ายแจ้งหมายเลขเสื้อของผู้เล่นที่จะถูกเปลี่ยนออก และยืนอยู่ในเขตเปลี่ยนตัว การแนะนำของผู้ฝึกสอนต้องอยู่นอกเส้นสนามการหยุดการเล่นเนื่องจาก
ผู้เล่นในชุด

เมื่อใช้เวลานอกครั้งที่ 2 นานเกินเวลาที่กำหนดหลังจากผู้ตัดสินเรียกให้เล่นต่อ แต่ถ่วงเวลาการเปลี่ยนตัวหลังขอเวลานอกไป 2 ครั้ง แล้วไม่พร้อมที่จะลงเล่นจะถูกปรับเป็นขอเวลานอก 2 ครั้งติดต่อกัน ชุดนั้นจะถูกปรับเป็นแพ้ในเซตนั้น

การเปลี่ยนตัวผู้เล่น

แต่ละทีมจะขอเปลี่ยนตัวในเซตหนึ่งได้ไม่เกิน 6 ครั้ง ซึ่งจะต้องทำโดยเร็ว การเปลี่ยนตัวที่ถูกกต้อง คือ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ตัดสินที่ 1 หรือที่ 2 ผู้เล่นสำรองที่จะเปลี่ยนตัวเข้าเล่นต้องพร้อมที่จะเปลี่ยนทันที หากเปลี่ยนตัวช้าจะถูกปรับเป็นขอเวลานอก ขณะเปลี่ยนตัวจะไม่มีการแนะนำผู้เล่นการเปลี่ยนตัวแบบการบังคับ

เพราะผู้เล่นในสนามถูกเชิญออก และถ้าไม่สามารถจะเปลี่ยนตัวได้ ทีมนั้นต้องถกปรับเป็นไม่พร้อมที่จะเล่น ยกเว้นในกรณีผู้เล่นเกิดบาดเจ็บให้เปลี่ยนตัวได้ในกรณีพิเศษ

การเปลี่ยนตัวที่ผิดระเบียบ

เปลี่ยนตัวไม่อยู่ในเขตที่กำหนด หรือไม่มีความพร้อมในการเปลี่ยนตัว และชุดนั้นหมดสิทธิ์ขอเวลานอกแล้ว

การพักระหว่างเซตและการเปลี่ยนแดน

ให้พักระหว่างเซตได้ 2 นาที ส่วนการพักระหว่างเซตที่ 4 และเซตที่ 5 พักได้ 5 นาที ทั้งสองทีมต้องตั้งแถวที่เส้นหลังทันทีที่ผู้ตัดสินเรียกลงสรามแข่งขันต่อ และเมื่อสิ้นสุดการแข่งขันในแต่ละเซต ทั้งสองทีมต้องเปลี่ยนแดนกัน นอกจากเซตตัดสิน

ผลการแข่งขัน

ทีมที่ได้คะแนน 15 คะแนนก่อนในแต่ละเซตจะเป็นผู้ชนะ แต่ต้องมีคะแนนมากกว่าฝ่ายตรงข้ามอย่างน้อย 2 คะแนน ในกรณีที่มีคะแนนเท่ากัน (14 – 14) ผู้ชนะในเซตนั้นต้องมีคะแนนมากกว่า 2 คะแนน คือ 16 – 1417 – 15 แต่ถ้าชุดในถูกปรับให้เป็นแพ้ ฝ่ายตรงข้ามจะได้คะแนนเท่าที่ทำได้ ส่วนทีมที่ถูกปรับให้คงคะแนนไว้ตามเดิม 

ผู้ชนะในการแข่งขัน

ผู้ที่จะชนะการแข่งขัน คือ ชุดที่ชนะ 3 เซตก่อนใน 5 เซต ถ้าชุดใดไม่พร้อมที่จะแข่งขัน ฝ่ายตรงข้ามจะได้คะแนนเซตเท่าที่ทำได้ในเซตนั้น แต่ฝ่ายที่ถูกรับเป็นแพ้ก็คงคะแนนตามเดิมไว้ ทีมที่ไม่พร้อมจะลงแข่งขันให้ปรับชุดนั้นเป็นแพ้ด้วยคะแนน 15 – 0 ในแต่ละเซต และ 3 – 0 เซต ในการแข่งขันนครั้งนั้น ชุดที่ไม่ลงแข่งขันตามกำหนดให้ปรับเป็นแพ้คะแนน เซตละ 15 – 0 ผลการแข่งขัน 3 – 0 เซต

การเสิร์ฟ

เป็นการกระทำเพื่อทำให้ลูกบอลเข้าเล่น โดยผู้เล่นแถวหลังขวายืนอยู่ในเขตเสิร์ฟและตีลูกบอลด้วยมือข้างเดียว จะแบมือหรือกำมือก็ได้ การเสิร์ฟที่ถูกต้องคือไม่เหยียบเส้นเสิร์ฟ และเสิร์ฟข้ามตาข่ายไปลงยังแดนฝ่ายตรงข้าม 

ลำดับการเสิร์ฟ

ผุ้เล่นจะต้องเสิร์ฟตามลำดับที่ส่งตามใบส่งตำแหน่ง และจะเริ่มเสิร์ฟครั้งแรกเมื่อทีมนั้นชนะเสี่ยง เมื่อเลือกสิทธิ์เสิร์ฟในเซตที่ 1 และเซตที่ 5 หากฝ่ายเสิร์ฟได้คะแนนการเสิร์ฟของคนเดิม การเสิร์ฟก็จะดำเนินไปเรื่อย ๆ เมื่อฝ่ายเสิร์ฟทำเสียก็จะเปลี่ยนให้ฝ่ายตรงข้ามเป็นฝ่ายเสิร์ฟ ฝ่ายที่ได้เสิร์ฟก็จะหมุนตำแหน่งไป โดยผู้เล่นที่อยู่แถวหน้าขวาเปลี่ยนมาเป็นหลังขวาคือผู้เสิร์ฟ 

การเสิร์ฟเสีย

การเสิร์ฟเสียเกิดขึ้นเมื่อผิดลำดับการเสิร์ฟ ไม่เสิร์ฟตามเงื่อนไขของการเสิร์ฟ การพยายามเสิร์ฟ และผู้เล่นของฝ่ายเสิร์ฟในสนามยืนกำบังเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม

การถูกลูกบอล

แต่ละชุดสามารถถูกลูกบอลได้ไม่เกิน 3 ครั้ง (ไม่รวมการสกัดกั้น) และต้องส่งลูกข้ามตาข่ายกลับไปยังแดนคู่ต่อสู้ การถูกลูกบอลทุกครั้งของผู้เล่นนับเป็นการถูกลูกบอลของทีมนั้น ผู้เล่นไม่สามารถถูกลูกบอลสองครั้งติดต่อกัน ยกเว้นการสกัดกั้น ลูกบอลสามารถถูกส่วนต่าง ๆ ของร่างกายตั้งแต่เอวขึ้นไปได้ แต่เป็นการถูกเพียงครั้งเดียวที่กระดอนให้เห็นโดยชัดแจ้ง ลูกบอลจะต้องถูกตีโดยชัดแจ้ง และไม่เป็นการปัดลูกบอล เช่น ยก ผลัก พา ขว้าง หรือเกี่ยว เพราะการถูกกลูกบอลในลักษณะดังกล่าวถือว่าผิดกติกา

ผู้เล่นสองคนหรือมากกว่า

ผู้เล่นสามารถถูกลูกบอลในเวลาเดียวกันได้ และไม่ถือว่าเสียคะแนน คือการสกัดกั้น (Block) และลูกบอลกลับเข้าสู่การเล่นอีก ผู้เล่นฝ่ายที่สกัดกั้นสามารถเล่นลูกได้อีก 3 ครั้ง แต่ถ้าลูกที่ผู้เล่นในลักษณะการสกัดกั้นแล้ว ลูกบอลตกออกนอกสนามไป ฝ่ายถูกลูกบอลเป็นฝ่ายทำออก การเล่นที่ทีมนั้นเล่นลูก 4 ครั้ง หรือคนเดียวเล่นลูก 2 ครั้ง ถือว่าเป็นการเล่นลูกผิกกติกา

การเล่นมือล้ำเหนือตาข่าย

ขณะการสกัดกั้นอนุญาตให้ถูกลูกบอลที่อยู่เหนือตาข่ายที่อยู่ในแดนคู่ต่อสู้ได้ โดยผู้เล่นต้องไม่รบกวนการเล่นลูกบอลนั้นก่อน หรือระหว่างการเล่นของคู่ต่อสู้ และหลังจากที่ผู้เล่นตบลูก อนุญาตให้มือล้ำเหนือตาข่ายเข้าไปในแพนคู่ต่อสู้ได้ ทั้งนี้จังหวะตบลูกต้องอยู่ในแดนของตนเอง และขณะแข่งขันห้ามไม่ให้ผู้เล่นถูกส่วนหนึ่งส่วนใดของตาข่าย แต่สามารถให้อวัยวะส่วนมือและเท้าล้ำเข้าไปในแพนคู่ต่อสู้ได้ แต่ต้องไม่เป็นการรบกวนคู่แข่งขัน และผู้เบ่นสามารถสัมผัสแพนคู้ต่อสู้ได้โดยไม่รบกวนหรือเกี่ยวข้องตัวของคู่แข่งขัน ซึ่งการเล่นดังกล่าวสามารถทำได้ เช่น การเหยียบเส้นแบ่งแดน แต่ไม่ใช่ล้ำแดน หรือเลยข้ามไปยังฝ่ายตรงข้าม

การล้ำแดนที่ผิดระเบียบ เมื่อสัมผัสลูกบอลในแดนคู่ต่อสู้

ก่อนหรือระหว่างการตบของคู่ต่อสู้ หรือสัมผัสลูกบอลในแดนคู่ตอสู้เข้าไปในแดนคู่ต่อสู้ขณะที่ลูกบอลยังอยู่ในการเล่น และตัวผู้เล่นถูกตาข่ายหรือเสาอากาศถือเป็นการล้ำแดนที่ผิดกติกา

การตบลูกบอล

ผู้เล่นในแดนหน้าสามารถตบลูกบอลด้วยวิธีใดก็ได้จากแดนของตนเองในความสูงทุกระดับ โดยขณะที่สัมผัสลูกบอลนั้น ลูกบอลจะต้องอยู่ในแดนของตนเองเพียงส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดก็ได้ ส่วนผู้เล่นในแดนหลังสามารถกระโดตบลูกได้ แต่ต้องตบจากเขตแดนหลัง การตบลูกบอลดังกล่าวหากไม้เป็นไปตามกติกาข้อนี้ถือว่าเสีย 

การสกัดกั้น         

คือ การกระทำของผู้เล่นในแดนหน้าหนึ่งคนหรือมากกว่า อยู่ชิดตาข่ายเพื่อป้องกันลูกบอลที่มาจากแดนของคู่ต่อสู้ โดยใช้มือหรือแขนยกป้องกัน และจะผิดระเบียบกติกาเมื่อฝ่ายสกัดกั้นทำการสกัดกั้นนอกเสาอากาศ และถูกลูกบอลในแดนคู่ต่อสู้เข้าไปรบกวนการเล่นของคู่ตอสู้ทั้งก่อนหรือระหว่างการเล่นลูกบอลของคู่ตอสู้จะต้องถูกลงโทษ 2 ลักษณะ คือ เสียคะแนน หรือเปลี่ยนเสิร์ฟ แต่ถ้ามีการทำผิดพร้อมกันทั้งสองทีมจะไม่มีมีการทำโทษ และให้ฝ่ายเสิร์ฟลูกได้เสิร์ฟลูกใหม่