จำนวนผู้ชม : 182 คน


ระบบย่อยอาหารประกอบด้วยอวัยวะหลักๆ ดังนี้
  1. ปาก (Mouth) ในช่องปากประกอบด้วย 3 อวัยวะหลักคือ
    • ฟัน (Teeth) ทำหน้าที่บดเคี้ยวอาหารที่รับประทานให้เล็กลง โดยมนุษย์จะมีฟัน 2 ชุด ชุดแรก คือ ฟันน้ำนม มี 20 ซี่ ส่วนชุดที่ 2 คือ ฟันแท้ มี 32 ซี่ แบ่งเป็นฟันบนข้างละ 8 ซี่ ฟันล่างข้างละ 8 ซี่ แต่ละข้างแบ่งเป็น ฟันตัด 2 ซี่ ฟันเขี้ยว 1 ซี่ ฟันหน้ากราม 2 ซี่ และฟันกราม 3 ซี่ เรียงตามลำดับจากหน้าไปหลัง
    • น้ำลาย (Saliva) ถูกผลิตจากต่อมน้ำลาย (Salivary gland) โดยน้ำลายนั้นจะมีเอนไซม์อะไมเลส (Amylase) หรือไทยาลีน (Ptyalin) ช่วยย่อยคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งให้มีขนาดเล็ก นอกจากนี้น้ำลายยังช่วยให้อาหารอ่อนตัว เพื่อกลืนอาหารได้ง่ายขึ้น
    • ลิ้น (Tongue) ทำหน้าที่รับรสอาหาร เกลี่ยอาหารเพื่อให้ฟันบด คลุกเคล้าอาหารเพื่อสะดวกในการกลืน ประกอบด้วยกล้ามเนื้อโครงร่างขนาดใหญ่ ที่พื้นผิวปกคลุมไปด้วยปุ่มรับรส (Taste bud) ซึ่งสามารถรับรสได้แตกต่างกันตามตำแหน่งของลิ้น
  2. คอหอย (Pharynx) อยู่หน้ากระดูกสันหลังส่วนคอ เป็นทางผ่านของอาหารจากปากไปยังหลอดอาหาร โดยระหว่างการกลืน ขณะที่อาหารผ่านคอหอย หลอดลมจะปิดเพื่อไม่ให้อาหารไหลเข้าไป บริเวณนี้ไม่มีการย่อยเกิดขึ้น
  3. หลอดอาหาร (Esophagus) มีทั้งส่วนที่เป็นกล้ามเนื้อลายและส่วนที่เป็นกล้ามเนื้อเรียบ ทำหน้าที่รับอาหารจากคอหอยและส่งต่อไปยังกระเพาะอาหาร โดยการบีบรัดกล้ามเนื้อหลอดอาหารในลักษณะของการหดและคลายกล้ามเนื้อเป็นจังหวะๆ เรียกการบีบตัวแบบเพอริสตัลซิส (Peristalsis)
  4. กระเพาะอาหาร (Stomach) อยู่ระหว่างปลายของหลอดอาหารกับส่วนต้นของลำไส้เล็ก มีลักษณะคล้ายถุงมีผนังกล้ามเนื้อเป็นลูกคลื่น มีความแข็งแรง เป็นที่รองรับ คลุกเคล้าอาหาร และหลั่งน้ำย่อยประเภทโปรตีนซึ่งจะทำให้อาหารกลายเป็นของเหลวเหนียว ๆ แล้วส่งต่อไปยังลำไส้เล็ก บริเวณที่เชื่อมต่อกับหลอดอาหารจะมีหูรูดป้องกันน้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลขึ้นหลอดอาหาร ขณะที่บริเวณเชื่อมต่อกับลำไส้เล็กจะมีหูรูดเพื่อป้องกันไม่ให้อาหารไหลเข้าสู่ลำไส้เล็กเร็วเกินไป
  5. ลำไส้เล็ก (Small intestine) มีลักษณะคล้ายท่อกลวงขดไปมาในช่องท้อง แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ลำไส้เล็กส่วนต้นที่เรียกว่าดูโอดีนัม (Duodenum) ส่วนกลางที่เรียกว่าเจจูนัม (Jejunum) และส่วนปลายที่เรียกว่าไอเลียม (Illeum) เป็นบริเวณที่มีการย่อยและดูดซึมสารอาหารมากที่สุด บริเวณลำไส้เล็กจะมีเอนไซม์จากตับอ่อน (Pancreas) มาช่วยย่อยสารอาหารประเภทโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต รวมถึงน้ำดีจากตับ (Liver) ที่ช่วยย่อยไขมันและกำจัดของเสียในเลือด
  6. ลำไส้ใหญ่ (Large intestine) ประกอบด้วย 3 ส่วน เริ่มจากส่วนที่เรียกว่าซีคัม (Caecum) ซึ่งมีส่วนของไส้ติ่ง (Appendix) ยื่นออกมา ส่วนโคลอน (Colon) เป็นลำไส้ใหญ่ส่วนที่ยาวที่สุด มีหน้าที่ดูดซึมน้ำและวิตามินบางชนิด รวมถึงการขับกากอาหารให้เข้าสู่ลำไส้ใหญ่ส่วนที่เรียกว่าไส้ตรง (Rectum) เพื่อรอขับถ่ายผ่านทางทวารหนัก (Anus) ต่อไป

    ดูแลรักษา "ระบบย่อยอาหาร" ด้วยการกินอย่างถูกวิธี

    รับประทานอาหารให้เป็นเวลา

    การรับประทานอาหารให้เป็นเวลาทั้งสามมื้อจะช่วยรักษาระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้เป็นปกติ หากเรารับประธานอาหารไม่เป็นเวลาน้ำย่อยหลั่งออก แล้วไม่มีอาหารอยู่ในกระเพราะ น้ำย่อยที่หลั่งออกมาจะย่อยกระเพราะอาหารแทนอาหาร อาจทำให้เกิดแผลในกระเพราะอาหาร หรืออาจทำให้เกิดโรคกระเพราะ ตามมาในอนาคต และนอกจากนี้การรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา จะทำให้ระบบย่อยอาหารไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่เนื่องจากน้ำย่อยไม่ได้หลั่งออกมาในเวลาที่มีอาหารอยู่ อาจทำให้เกิดอาการอาหารไม่ย่อย หรือกรดไหลย้อนตามมา

    รับประทานอาหารให้หลากหลาย

    การรับประทานอาหารให้หลากหลายจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น เพราะอวัยวะต่างๆในระบบย่อยอาหารมีหน้าที่ในการย่อยอาหารแต่ละประเภทแต่ต่างกันไปเช่น กระเพราะอาหารจะทำการย่อยโปรตีน ส่วนลำไส้เล็กจะทำการย่อยน้ำตาล เป็นต้น ดังนั้นการรับประทานอาหารที่หลากหลาย จะช่วยให้อวัยวะต่างๆได้ทำหน้าที่ของตัวเองซึ่งจะทำให้ระบบทำงานได้อย่างเป็นปกติ

    รับประทานอาหารที่สะอาด และย่อยง่าย

    การรับประทานอาหารที่สะอาดถูกหลักอนามัย จะช่วยป้องกันโรคต่างๆในระบบย่อยอาหารไม่ให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะอาการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งถือว่าเป็นโรคร้ายแรงอีกหนึ่งโรค การรับประทานอาหารควรเลือกที่ปราศจากสารเคมีตกค้างเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร การรับประทานอาหารควรเลือกอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ ความสะอาดของภาชนะ บรรจุภัณฑ์ หรือแม้แต่ร่างกายของเราก็ถือว่ามีส่วนสำคัญในการป้องกันโรคที่เกิดจากการติดเชื้อหรือได้รับสารพิษจากระบบทางเดินอาหารได้เป็นอย่างดี อีกอย่างหนึ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือการรับประทานอาหารรสจัด จะส่งผลเสียโดยตรงอาจทำให้เกิดการระคายเคืองในระบบทางเดินอาหารได้เช่นกัน

    ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

    การออกกำลังกายและการพักผ่อนอย่างเหมาะสม และเพียงพอจะช่วยให้ระบบทุกส่วนของร่างกายทำงานเป็นปกติ ดังนั้นนอกจากการรับประทานอาหารแล้ว สองสิ่งนี้ก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการดูแลระบบย่อยอาหารไม่แพ้กัน

    อย่าเครียด

    หลายๆท่านคงเคยได้ยินคำว่าเครียดลงกระเพราะ ความเครียดของเรานั้นสามารถทำให้ทุกระบบของร่างกายรวนได้ ไม่เว้นแม้กระทั่งระบบย่อยอาหารดังนั้นการรักษาอารมณ์ให้ปราศจากความเครียดก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อทุกระบบในร่างกาย

    เมื่อเราทราบถึงหลักการง่ายๆในการดูแลรักษาระบบย่อยอาหารของเราให้เป็นปกติ และทำงานได้ดีขึ้นแล้ว อย่าลืมที่จะนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันอย่าสม่ำเสมอ เพื่อที่สุขภาพของระบบย่อยอาหารของเราจะได้แข็งแรง ส่งผลให้สุขภาพร่างกายโดยรวมของเราแข็งแรงขึ้นอีกด้วย