จำนวนผู้ชม : 744 คน


หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 โลกในเอกภพ


บทที่ 1 เอกภพและกาแล็กซี


เรื่อง 1.1 กำเนิดและวิวัฒนาการของเอกภพ


ครูผู้สอน ครูวิทยากิจ  หาญจิตต์

กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนโกวิทธำรงเชียงใหม่


   กำเนิดเอกภพเริ่มนับจากจุดที่เรียกว่า "บิกแบง" บิกแบงเป็นชื่อที่ใช้เรียกทฤษฏีกำเนิดเอกภพทฤษฏีหนึ่ง ปัจจุบันบิกแบงเป็นที่ยอมรับมากขึ้นเพราะมีปรากฏการณ์หลายอย่างที่สอดคล้องหรือเป็นไปตามทฤษฏีบิกแบงก่อนการเกิดบิกแบงเอกภพเป็นพลังงานล้วนๆ ภายใต้อุณหภูมิที่สูงยิ่งจุดบิกแบงจึงเป็นจุดที่พลังงานเริ่มเปลี่ยนเป็นสสารครั้งแรก เป็นจุดเริ่มต้นของเวลาและเอกภพ

(http://pixshark.com/big-bang-universe.htm)

    ปัจจุบันเอกภพประกอบด้วยกาแล็กซีจำนวนเป็นแสนล้านแห่ง ระหว่างกาแล็กซีเป็นอวกาศที่เวิ้งว้าง กว้างไกลเอกภพจึงมีขนาดใหญ่มาก โดยมีรัศมีไม่น้อยกว่า 15,000 ล้านปีแสง ภายในกาแล็กซีแต่ละแห่งประกอบด้วยดาวฤกษ์จำนวนมากรวมทั้งแหล่งกำเนิดดาวฤกษ์ที่เรียกว่า เนบิวลา และที่ว่าง โลกของเราเป็นดาวเคราะห์ดวงหนึ่งในระบบสุริยะซึ่งเป็นสมาชิกของกาแล็กซีของเรา

    บิกแบงเป็นทฤษฏีที่อธิบายถึงการระเบิดใหญ่ที่ทำให้พลังงานส่วนหนึ่งเปลี่ยนเป็นเนื้อสาร มีวิวัฒนาการต่อเนื่องจนเกิดเป็นกาแล็กซี เนบิวลา ดาวฤกษ์ ระบบสุริยะ โลก ดวงจันทร์ มนุษย์ และสิ่งมีชีวิตต่างๆ

    ขณะเกิดบิกแบง มีเนื้อสารเกิดขึ้นในรูปแบบของอนุภาคพื้นฐานชื่อ ดังนี้
        1. ควาร์ก (Quark)
        2. อิเล็กตรอน (Electron)
        3. นิวทริโน (Neutrino)
        4. โฟตอน (Photon)

     ซึ่งเป็นพลังงานเมื่อเกิดอนุภาคก็เกิดปฏิอนุภาค (Anti particle) ที่มีประจุไฟฟ้าตรงกันข้าม ยกเว้นนิวทริโนและแอนตินิวทริโนไม่มีประจุไฟฟ้า เมื่อเกิดปฏิอนุภาคพบกับอนุภาคชนิดเดียวกัน จะหลอมรวมกันเป็นเนื้อสารเปลี่ยนไปเป็นพลังงานจนหมดสิ้น ถ้าเอกภพมีจำนวนอนุภาคเท่ากับปฏิอนุภาคพอดี เมื่อพบกันจะกลายเป็นพลังงานทั้งหมด ก็จะไม่เกิดกาแล็กซี ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ โชคดีที่ในธรรมชาติมีอนุภาคมากกว่าปฏิอนุภาค ดังนั้น เมื่อปฏิอนุภาคพบอนุภาค นอกจากจะได้พลังงานเกิดขึ้นแล้ว ยังมีอนุภาคเหลืออยู่และนี่คืออนุภาคก่อกำเนิดเป็นสสารของเอกภพในปัจจุบัน