การติดตา

          เป็นการต่อต้นพืชแบบหนึ่งที่ใช้กิ่งพันธุ์ดีเพียงตาเดียว พอจะแบ่งวิธีติดตาโดยเฉพาะวิธีที่ใช้กันทั่วๆ ไปได้ ๓ วิธี คือ
๑. การติดตาแบบตัวที  (T. budding)

  สิ่งที่ต้องพิจารณาในการติดตาต้นพืชแบบ ตัวที 
          ๑. ต้นตอจะต้องมีเปลือกล่อนสามารถลอกเปลือกต้นตอได้ง่าย
          ๒. ต้นตอไม่ควรมีขนาดโตเกินไป ควรจะมีขนาดเท่าดินสอดำหรือมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณไม่เกิน ๑/๒ นิ้ว
          ๓. ไม่เป็นพืชที่มีเปลือกบาง  หรือเปลือกเปราะ หรือมีเปลือกหนาเกินไป
          ๔. เป็นวิธีที่ใช้ในการติดตาต้นพืชทั่วๆ ไปเช่น ใช้กับกุหลาบ พุทรา ส้ม เป็นต้น

  วิธีติดตาแบบตัวที
          ก. การเตรียมแผลบนต้นตอ
   ๑. เลือกต้นตอบริเวณที่เป็นปล้องแล้วกรีดเปลือกให้ถึงเนื้อไม้เป็นรูปตัวที  (T) โดยให้หัวของตัวทีที่กรีดยาวประมาณ ๑/๒ นิ้ว และความยาวของตัวทียาว ๑ - ๑ ๑/๒ นิ้ว ทั้งนี้แล้วแต่ขนาดของต้นตอ
   ๒. ใช้ปลายมีดแงะบริเวณหัวตัวทีให้เปลือกเผยอเล็กน้อย แล้วล่อนเปลือกของต้นตอด้วยปลายเขาที่ติดอยู่ที่ด้ามมีด
          ข. การเตรียมกิ่งพันธุ์ดี
               ๑. เฉือนกิ่งพันธุ์ดีเป็นรูปโล่ให้ติดเนื้อไม้เล็กน้อย ในกรณีที่พืชนั้นมียางควรจะลอกเนื้อไม้ทิ้งเพื่อให้มีบริเวณของการเกิดรอยต่อมากขึ้น
          ค. การสอดกิ่งพันธุ์ดีบนต้นตอ
                    ๑. สอดแผ่นตาลงบนแผลรูปตัวทีที่เตรียมไว้  แล้วค่อยๆ กดแผ่นตาลงไปในแผลให้สนิท และลึกราว ๑/๒ นิ้ว เหนือตา
                   ๒. ถ้าเปลือกแผ่นตายังเหลือเลยหัวตัวทีให้ตัดส่วนที่เหลือออกพอดีกับหัวตัวที
                    ๓. ใช้ผ้าพลาสติกที่ตัดเป็นชิ้นขนาดกว้าง๑-๑.๕ ซม. ยาวราว ๒๐-๒๕ ซม. พันทับแผ่นตาให้แน่น และควรพันจากข้างล่างขึ้นข้างบน
                    ๔. หลังจาก ๑๐ วัน จึงตรวจ ถ้าตาใดยังสดก็แสดงว่าติด จึงเปิดผ้า

พันตาแล้วพันใหม่ให้คร่อมตา
 

๒. การติดตาแบบชิพ (chip budding)  

          สิ่งที่ต้องพิจารณาในการติดตาแบบชิพก็คือ
          ๑. เป็นวิธีที่ใช้ในการติดตาต้นพืชที่ลอก           ๑. เป็นวิธีที่ใช้ในการติดตาต้นพืชที่ลอกเปลือกไม่ได้  เป็นพืชที่มีเปลือกบางหรือเปลือกหนาหรืออยู่ในระยะพักตัว
          ๒. มักใช้กับพืชที่ไม่มียาง และมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของต้นตอประมาณ ๒/๓ - ๑/๒ นิ้ว
          ๓. มักใช้ในการติดตา องุ่น ชบา ฯลฯ
          วิธีติดตา ปฏิบัติดังนี้ (modified chip)
          ก. การเตรียมแผลบนต้นตอ
                    ๑. เลือกต้นตอที่เปลือกติด หรือที่ชะงักการเจริญ
                    ๒. เฉือนต้นตอเฉียงลงให้เข้าเนื้อไม้เล็กน้อย และยาวประมาณ ๑ นิ้ว
                    ๓. เฉือนตัดขวางให้จดโคนแผลที่เฉือนครั้งแรก โดยให้รอยเฉือนนี้ทำมุม ๔๕° กับลำต้นแล้วแกะชิ้นส่วนของพืชที่เฉือนออก
          ข. การเตรียมกิ่งพันธุ์ดี
          เฉือนแผ่นตาบนกิ่งพันธุ์ดีให้มีความยาวเท่ากับรอยแผลที่เตรียมบนต้นตอ โดยกะให้ตาอยู่ตรง
กลางพอดี
          ค. การสอดแผ่นตา
                    ๑. ประกบแผ่นตาบนต้นตอ โดยให้เยื่อเจริญด้านใดด้านหนึ่ง หรือทั้งสองด้านสัมผัสกับเยื่อเจริญของต้นตอ
                    ๒. ใช้ผ้าพลาสติกพันตา เช่นเดียวกับการติดตาแบบตัวที
๓. การติดตาแบบเพลท (Plate budding)
          สิ่งที่ต้องพิจารณาในการติดตาแบบเพลท คือ
          ๑. มักใช้กับต้นตอที่มีขนาดโต คือ มีเส้นผ่านศูนย์กลางราว ๑/๒ - ๑ นิ้ว
          ๒. ต้นตอต้องลอกเปลือกได้หรือมีเปลือกล่อน
          ๓. เป็นพืชที่มีเปลือกหนาและเหนียวพอสมควร
          ๔. นิยมใช้กับพืชมียาง  เช่น  มะม่วง  ขนุนยางพารา หรือพืชบางชนิดที่เกิดเนื้อเยื่อช้า  เช่นมะขามหรือน้อยหน่า เป็นต้น
          วิธีติดตาแบบเพลท
          ก. การเตรียมแผลบนต้นตอ
                    ๑. เลือกต้นตอบริเวณที่จะทำแผลให้เป็นปล้องที่เรียบและตรง
                    ๒. กรีดเปลือกต้นตอถึงเนื้อไม้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าฐานเปิดดังภาพ
                    ๓. เผยอเปลือกต้นตอออกจากเนื้อไม้  ทางด้านบนหรือด้านล่างของรอยกรีด แล้วลอกเปลือก ขึ้นหรือลงตามรอยกรีดที่เตรียมไว้แล้ว
          ข. การเตรียมกิ่งพันธุ์ดี
          เฉือนแผ่นตากิ่งพันธุ์ดีให้เป็นรูปโล่ ยาวประมาณ ๑ นิ้ว แล้วแกะเนื้อไม้ออก
          ค. การสอดแผ่นตาบนแผลของต้นตอ
                    ๑. ประกบแผ่นตาลงบนแผลของต้นตอ  จัดแผ่นตาให้อยู่กลางแผลแล้วประกบแผ่นเปลือกของต้นตอทับแผ่นตา แต่ถ้าใช้ตาอ่อนจะต้องตัดแผ่นเปลือกต้นตอตอนบนออก ๓ ส่วนเหลือไว้ ๑ ส่วน
                    ๒. พันผ้าพลาสติกเช่นเดียวกับการติดตาแบบตัวทีหรือแบบชิพ และต้องใช้พลาสติกใส เมื่อใช้ตาอ่อน
การต่อกิ่ง

          การต่อกิ่ง  คือ การต่อต้นพืชโดยใช้กิ่งพันธุ์ดีที่มีตามากกว่า ๑ ตาขึ้นไป แบ่งประเภทของการต่อกิ่งตามตำแหน่งที่ทำการต่อออกเป็น ๓ แบบ คือ
          ๑. การต่อราก (root grafting) คือ การนำเอากิ่งพันธุ์ดีมาต่อกับรากของต้นพืชโดยตรง ซึ่งรากที่นำมาต่อนั้น อาจจะเป็นรากทั้งหมด (whole root)  หรืออาจเป็นท่อนราก (piece root) ก็ได้ เป็นวิธีที่ใช้กันทั่วไปในการต่อไม้ผลเมืองหนาว เช่น แอปเปิ้ล และแพร์ และโดยทั่วๆ ไปมักจะใช้รากต้นพืชที่เพาะจากเมล็ด และเมื่อจะต่อมักจะขุดรากที่กำลังอยู่ในระยะพักตัวมาต่อในโรงเรือน  เรียกการต่อ กิ่งแบบนี้ว่า เบนซ์กราฟท์ (bench graft)
          ๒. การต่อต้นตอคอดิน (crown grafting) คือ การนำกิ่งพันธุ์ดีมาต่อบนต้นตอในระดับคอดิน (crown) เป็นวิธีที่นิยมใช้ในการเปลี่ยนพันธุ์องุ่นที่มี อายุมากๆ ให้เป็นพันธุ์ใหม่ที่ต้องการ
          ๓. การต่อยอด  (top  grafting)  คือการนำกิ่งพันธุ์ดีมาต่อบนต้นตอเหนือระดับผิวดิน รวมทั้งการต่อต้นพืชเหนือระดับผิวดินมากๆ และเป็นต้นพืชที่มีขนาดโต ซึ่งมักจะให้ผลแล้ว เรียกการต่อเช่นนี้ว่าการต่อเปลี่ยนยอด (top working) 
          สำหรับวิธีต่อกิ่งโดยทั่วไป ส่วนใหญ่มักเป็นการต่อกิ่งแบบต่อยอด ฉะนั้นวิธีที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้จึงเน้นหนักเฉพาะวิธีต่อแบบต่อยอดเท่านั้น  ซึ่งมีวิธีที่ควรทราบดังนี้
          ๑. การต่อกิ่งแบบเสียบลิ่ม (cleft grafting) 
          เป็นวิธีที่นิยมใช้ในการต่อแบบต่อยอดเป็นส่วนใหญ่  สามารถต่อได้ตั้งแต่กิ่งขนาด ๑ นิ้ว ถึง ๔ นิ้ว ใช้กับพันธุ์พืชที่มีเสี้ยนเนื้อไม้ตรง กิ่งพันธุ์ดีควรเป็นกิ่งแก่ และควรต่อขณะที่พืชชะงัก  หรือหยุดการเจริญซึ่งเป็นระยะที่เปดังนี้
                    การเตรียมต้นตอ
                   
๑. ตัดต้นตอให้มีบริเวณที่จะต่อเป็นส่วนของปล้องที่ตรง
                    ๒. ผ่าต้นตอให้เป็นแผลลึก ๒-๓ นิ้ว แล้วแต่ขนาดของกิ่งการเตรียมกิ่งพันธุ์ดีเฉือนโคนกิ่งพันธุ์ดีเฉียงลงให้เป็นปากฉลามทั้งสองด้าน โดยเฉือนให้มีสันด้านหนึ่งหนากว่าอีกด้านหนึ่ง
                    การสอดกิ่งพันธุ์ดี
                   
๑. เผยอรอยผ่าบนต้นตอ โดยใช้ใบมีดหรือที่เผยอรอยแผลสอดเข้าไปในรอยผ่า แล้วบิดใบมีดให้รอยผ่าเผยอออก
                    ๒. สอดโคนกิ่งพันธุ์ดี โดยเอาด้านสันหนาไว้ริมนอก แล้วจัดให้แนวเยื่อเจริญของรอยเฉือนบนต้นตอและกิ่งพันธุ์ดีทับกันด้านใดด้านหนึ่ง
                    ๓. พันด้วยผ้าพลาสติก  หรือเชือกปอแล้วอุดรอยต่อด้วยขี้ผึ้งต่อกิ่ง  และควบคุมกิ่งตาด้วยถุงพลาสติกหรือก้านกล้วย
          ๒. การต่อกิ่งแบบเสียบข้าง (side grafting) 
          การต่อกิ่งแบบนี้ มักนิยมใช้กับต้นพืชขนาดเล็กซึ่งส่วนใหญ่มักจะปลูกอยู่ในกระถาง เป็นการต่อขณะที่เปลือกยังไม่ล่อนเช่นเดียวกัน และไม่ตัดยอดต้นตอจนกว่ากิ่งที่ต่อติดเรียบร้อยแล้ว จึงตัดต้นตอและบังคับให้กิ่งพันธุ์ดีแตกตา โดยมีวิธีปฏิบัติดังนี้
                  

  การเตรียมต้นตอ
                   
๑. เลือกต้นตอที่มีขนาดประมาณ ๑ ซม.หรือขนาดดินสอดำ
                    ๒. เฉือนต้นตอเฉียงลงเป็นมุมราว ๓๐° ให้รอยเฉือนยาวประมาณ ๑-๒ นิ้ว และลึกเข้าในเนื้อไม้ประมาณ ๑/๓ ของเส้นผ่านศูนย์กลางของต้น
                    การเตรียมกิ่งพันธุ์ดี
                    ๑.  เลือกกิ่งพันธุ์ดีขนาด ๑/๒ ซม. ยาวประมาณ ๒-๓ นิ้ว (๕-๗ ซม.) และมีตาอยู่บนกิ่ง ๒-๓ ตา
                    ๒. เฉือนโคนกิ่งพันธุ์ดีเป็นรูปลิ่มให้มีแผลยาวประมาณ ๑-๒ นิ้ว แล้วแต่แผลบนต้นตอ
                    การสอดกิ่งพันธุ์ดี
                   
๑.  สอดกิ่งพันธุ์ดีลงบนแผลของต้นตอ โดยโน้มต้นตอไปทางด้านตรงข้ามรอยเฉือนเล็กน้อยแล้วจึงสอดกิ่งพันธุ์ดี จัดรอยเฉือนให้แนวเยื่อเจริญทับกันด้านใดด้านหนึ่ง แล้วจึงปล่อยให้ต้นตอกลับที่เดิม
                    ๒. พันด้วยพลาสติกหรือเชือก แล้วหุ้มรอยต่อด้วยขี้ผึ้งต่อกิ่ง
          ๓. การต่อกิ่งแบบเสียบเปลือก 
          เป็นวิธีที่นิยมใช้กันมากในการต่อยอดไม้ผลที่กิ่งมีขนาดโตประมาณ ๑/๒ - ๔ นิ้ว เป็นวิธีที่ใช้ได้ผลดีทั้งพืชที่มีเปลือกหนาและเปลือกบาง ข้อดีของการต่อกิ่งวิธีนี้ก็คือ เนื้อไม้จะไม่ถูกผ่าออกจากกันโอกาสที่รอยต่อจะเน่าหรือถูกทำลายจากเชื้อโรคจึงมีน้อย  ข้อเสียเปรียบของการต่อกิ่งวิธีนี้ก็คือจะต้องต่อขณะที่ต้นตอมีเปลือกล่อน ซึ่งจะเป็นลือกไม่ล่อนจากเนื้อไม้หรือเปลือกติด โดยมีวิธีปฏิบัติระยะที่ต้นพืชมีการเจริญเติบโตดีเท่านั้น สำหรับวิธีต่ออาจทำได้ ๒ แบบดังนี้
                ๑. แบบตัดยอดต้นตอ
                  การเตรียมต้นตอ
                  
๑. เลือกต้นตอที่มีเปลือกล่อน แล้วกะดูบริเวณที่จะต่อซึ่งจะต้องเรียบและตรง โดยเฉพาะได้รอยตัดตรงบริเวณที่จะต่อ ระยะ ๑-๒ นิ้ว จะต้องไม่มีข้อ
                  ๒. ตัดต้นตอให้ตั้งฉากกับกิ่งหรือต้น  แล้วกรีดเปลือกต้นตอจากหัวรอยตัดลงมาด้านโคนกิ่งให้ยาว ๑-๒ นิ้ว แล้วเผยอเปลือกต้นตอที่หัวรอยตัดเล็กน้อย  การเตรียมกิ่งพันธุ์ดีเฉือนโคนกิ่งพันธุ์ดีเป็นปากฉลาม ให้ยาว ๑-๒ นิ้ว แล้วเฉือนด้านหลังของปลายรอยเฉือนเล็กน้อย

  การสอดกิ่งพันธุ์ดี
                
๑. สอดปลายรอยเฉือนของกิ่งพันธุ์ดีลงบนแผลของต้นตอให้ด้านรอยเฉือนด้านยาวหันเข้าหาต้นตอ
                 ๒. กดกิ่งพันธุ์ดีลงบนแผลและรอยเฉือนจนโคนของรอยเฉือนเสมอกับหัวรอยตัดของต้นตอพอดี
                ๓. พันด้วยพลาสติก หรือเชือก แล้วหุ้มด้วยขี้ผึ้งต่อกิ่ง
       ๒. แบบไม่ตัดยอดต้นตอ
                              ๑. เลือกต้นตอที่เปลือกล่อน และมีขนาดค่อนข้างโต
                              ๒. กรีดเปลือกต้นตอบนบริเวณที่จะต่อเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าฐานเปิด คล้ายการติดตาแบบเพลทแต่ให้มีขนาดของรอยแผลโตกว่าขนาดกิ่งพันธุ์ดีเล็กน้อย
                ๓. เผยอและลอกเปลือกลงมาประมาณ ๑ ๑/๒-๒ นิ้ว
                ๔. เฉือนแผ่นเปลือกเหนือหัวรอยเฉือนเฉียงลงให้จดหัวรอยกรีดพอดี

  การเตรียมกิ่งพันธุ์ดี
        เฉือนกิ่งพันธุ์ดีเป็นปากฉลาม และปาดปลายด้านหลังรอยเฉือนออกเล็กน้อย เช่นเดียวกับ วิธีแรก
การสอดกิ่งพันธุ์ดี
             ๑. ดึงแผ่นเปลือกของต้นตอที่ลอกลงมาให้เผยอออก
             ๒. สอดกิ่งพันธุ์ดีลงบนแผลของต้นตอจนโคนรอยเฉือนเสมอกับหัวรอยเฉือนบนต้นตอพอดี
             ๓. พับแผ่นเปลือกต้นตอทับบนกิ่งพันธุ์ดีแล้วพันพลาสติกหรือเชือกและอุดด้วยขี้ผึ้งต่อกิ่ง

การทาบกิ่ง

          การทาบกิ่ง เป็นวิธีการติดตาต่อกิ่งเช่นเดียวกับการติดตาและการต่อกิ่ง คือ ต้นพืชที่ได้จากการทาบกิ่งจะมีส่วนยอดเป็นพันธุ์ดี  และมีรากเป็นพันธุ์ต้นตอเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม การทาบกิ่งก็มีข้อแตกต่างไปจากการติดตาและการต่อกิ่งอยู่ ๒ ประการ คือ
          ก. การทาบกิ่ง เมื่อจะทาบจะต้องนำต้นตอเข้าไปหากิ่งพันธุ์ดี แทนที่จะนำกิ่งพันธุ์ดีเข้าไปหาต้นตอเหมือนการติดตาและการต่อกิ่ง
          ข. การทาบกิ่ง ทั้งต้นตอและกิ่งพันธุ์ดียังมีรากเลี้ยงต้นและเลี้ยงกิ่งอยู่ทั้งคู่  ส่วนการติดตา และการต่อกิ่งจะตัดกิ่งพันธุ์ดีจากต้นที่ต้องการมาติดหรือต่อ  จึงต้องรักษากิ่งให้มีชีวิตอยู่ได้นานที่สุดจนกว่าจะเกิดการเชื่อมกับต้นตอได้  ฉะนั้นโอกาสการติดหรือต่อได้สำเร็จจึงมีโอกาสน้อยกว่าการทาบกิ่ง
          วัตถุประสงค์ของการทาบกิ่ง พอจะแบ่งออกเป็น ๒ ประการ คือ
          ๑. การทาบกิ่งเพื่อการขยายพันธุ์
          ๒. การทาบกิ่งเพื่อเปลี่ยนพันธุ์
          สำหรับการทาบกิ่งเพื่อการขยายพันธุ์  มีวิธีการที่นิยมใช้อยู่ ๒ แบบ คือ
         
๑. การทาบกิ่งที่คงยอดต้นตอไว้  เป็นวิธีทาบกิ่งแบบประกับ (spliced-approach graft) ที่นิยมปฏิบัติกันดั้งเดิมทั่วๆ ไป  การมียอดหรือมีใบของต้นตอไว้ก็เพื่อที่จะให้ใบได้สร้างอาหารไปเลี้ยงรอยต่อให้เกิดเร็วขึ้น และแม้การทาบจะไม่สัมฤทธิผลในครั้งแรก  ก็ยังมีโอกาสที่จะทาบแก้ตัวได้ใหม่อีกโดยที่ต้นตอไม่ได้รับการกระทบกระเทือนมากนักการทาบกิ่งวิธีนี้ ข้อยุ่งยากอยู่ที่จะต้องคอยรดน้ำต้นตอขณะทาบอยู่เสมอๆ ฉะนั้นจึงไม่ใคร่นิยมทำกันในปัจจุบัน 
                    ส่วนวิธีการทาบนั้น ปฏิบัติดังนี้
                    ๑. เลือกต้นตอ  และกิ่งพันธุ์ดีให้บริเวณที่จะทาบกันมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางราว ๑/๒-๑ ซม.
                    ๒. เฉือนต้นตอบริเวณที่จะทาบกันได้สนิทและกะให้ชิดโคนต้นตอโดยเฉือนให้ลึกเข้าไปในเนื้อไม้เล็กน้อยและให้เป็นแผลยาวราว ๕-๘ ซม.
                    ๓. เฉือนกิ่งพันธุ์ดีในทำนองเดียวกันและให้มีความยาวเท่ากับแผลรอยเฉือนบนต้นตอ
                    ๔. มัดหรือพันต้นตอและยอดพันธุ์ดีเข้าด้วยกันให้แผลรอยเฉือนทับกัน โดยให้แนวเยื่อเจริญสัมผัสกันด้านใดด้านหนึ่งหรือทั้งสองด้าน
                    ๕. เมื่อแผลรอยเฉือนประสานกัน (ประมาณ ๓-๔ สัปดาห์) จึงบากเตือนทั้งต้นตอและกิ่งพันธุ์ดี
                    ๖. หลังจากบากเตือนได้ ๑-๒ สัปดาห์ ตัดโคนกิ่งพันธ์ดีออกจากต้นแม่
          ๒. การทาบกิ่งแบบตัดยอดต้นตอออก การทาบกิ่งวิธีนี้ เป็นวิธีที่เปลี่ยนแปลงมาจากการทาบกิ่งแบบมียอดต้นตอ  โดยการปาดยอดต้นตอออกเพื่อป้องกันการคายน้ำจากต้น   พร้อมกันนั้นก็จะมัดปากถุงปลูกของต้นตอ มิให้น้ำหรือความชื้นจากเครื่องปลูกระเหยออกข้างนอกได้  การทาบกิ่งวิธีนี้สะดวกที่ไม่ต้องรดน้ำให้ต้นตอจนกว่าจะตัดกิ่งที่ติดเรียบร้อยแล้วมาปลูก ฉะนั้นจึงสามารถทำได้ตลอดปี และถ้าใช้เครื่องปลูกต้นตอที่มีน้ำหนักเบาๆ แล้วจะสามารถผูกต้นตอติดกับกิ่งพันธุ์ดีได้ โดยไม่ต้องใช้ไม้พยุงหรือผูกค้ำต้นตอ 
   สำหรับวิธีการทาบ ปฏิบัติดังนี้
         ๑. เลือกต้นตอที่มีขนาดต้นประมาณดินสอดำหรือเล็กกว่าเล็กน้อย
        ๒. ตัดต้นตอให้เหลือยาวประมาณ ๓-๖ นิ้วริดใบที่เหลือออกให้หมด
        ๓. รดน้ำดินปลูกให้ชื้นแล้วนำขึ้นห่อหรืออาจสวมถุงพลาสติกทับอีกชั้นหนึ่ง แล้วมัดปากถุงปลูกให้แน่น
        ๔. นำต้นตอขึ้นทาบกับกิ่งพันธุ์ดี  โดยเลือกกิ่งพันธุ์ดีให้มีขนาดใกล้เคียงกัน

        ๕. ทำแผลบริเวณโคนกิ่งพันธุ์ดีที่เลือกไว้โดยเฉือนกิ่งเป็นรูปโล่ให้ยาวประมาณ ๕-๘ ซม.
        ๖. ปาดปลายกิ่งต้นตอเป็นปากฉลามให้มีความยาวประมาณ ๕-๘ ซม. เช่นเดียวกัน
        ๗. นำต้นตอขึ้นทาบกับกิ่งพันธุ์ดี ให้รอยเฉือนทับกันและจัดให้แนวเยื่อเจริญของทั้งสองทับกันด้านใดด้านหนึ่ง  แล้วมัดด้วยพลาสติกให้แน่น และตรึงต้นตอให้อยู่กับที่
        ๘. มัดหรือตรึงกิ่งพันธุ์ดีกับต้นตอให้แน่นและอุดรอยแผลด้วยขี้ผึ้งต่อกิ่ง
        ๙. ปล่อยไว้จนแน่ใจว่ากิ่งพันธุ์ดีติดกับต้นตอได้ หรือจนรากของต้นตอเจริญได้ดีพอจึงตัดโคนกิ่งพันธุ์ดีใต้รอยต่อ

 

การติดตาแบบตัว T

 

                            

 

 

 

 

 

 


แบบฝึกหัดก่อนเรียน : 
แบบฝึกหัดหลังเรียน :