ระบบคอมพิวเตอร์

 ระบบคอมพิวเตอร์ (Computer  System )  คือ  ระบบที่ได้พัฒนามาจาก 2 ส่วนใหญ่ ๆ  คือ  ฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์

ฮาร์ดแวร์ ( Hardware )  จะประกอบไปด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ  5 ส่วนด้วยกัน  ได้แก่

                อุปกรณ์รับข้อมูล ( Input  Device )  เป็นอุปกรณ์ที่มีหน้าที่รับข้อมูลจากผู้ใช้เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

                หน่วยประมวลผลกลาง ( CPU :  Central  Processing  Unit )  มีหน้าที่ในการประมวลผลคำสั่งหรือข้อมูลต่าง ๆ

                หน่วยความจำหลัก (Primary  Storage )  มีหน้าที่ในการจัดเก็บข้อมูลหรือคำสั่งต่าง ๆ  ก่อนที่จะส่งไปยังหน่วยประมวลผลกลางเพื่อทำการประมวลผลต่อไป

                อุปกรณ์แสดงข้อมูล ( Output  Device )  มีหน้าที่ในการแสดงผลต่างๆ

                หน่วยความจำสำรอง ( Auxiliary  Storage )  มีหน้าที่ในการจัดเก็บข้อมูล  ซึ่งการจัดเก็บข้อมูลของหน่วยความจำสำรองนี้จะเป็นการจัดเก็บที่ถาวร

ซอฟต์แวร์ ( Software )  ในส่วนของซอฟต์แวร์สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท  ได้แก่

                ซอฟต์แวร์ระบบ  ทำหน้าที่ในการจัดการทรัพยากรของเครื่องคอมพิวเตอร์  และทำหน้าที่ติดต่อระหว่างฮาร์ดแวร์กับผู้ใช้ด้วย

                ซอฟต์แวร์ประยุกต์  เป็นซอฟต์แวร์ที่สร้างขึ้นมาให้ผู้ใช้ทำงานต่าง ๆ  เช่น พิมพ์งาน  เป็นต้น
 

ลักษณะของเครื่องคอมพิวเตอร์

                สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทใหญ่  ดังนี้

                คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ( Personal  Computer )  เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวและไม่ได้ติดต่อกับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น

                ลักษณะแบบ Time-sharing   เป็นลักษณะที่มีเครื่องคอมฯ หลาย ๆ  เครื่องมาต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ศูนย์กลาง  การทำงานแบบนี้  คือ  การประมวลผลที่อยู่ที่เครื่องคอมฯ ศูนย์กลางเพียงเครื่องเดียว  และTerminal  ทุกเครื่องจะส่งคำสั่งที่ต้องการประมวลผลที่เครื่องคอมฯ ศูนย์กลาง

                ลักษณะแบบ Client / Server   เป็นเครื่องคอมฯ  ที่ทำหน้าที่เป็น Server  คอยดูแลจัดทรัพยากรของระบบทั้งหมด  และมีเครื่อง Clients  ต่อเข้าที่เครื่อง  Server  โดยใช้ทรัพยากรต่าง ๆ  ที่เครื่อง Server  มีอยู่  ตามสิทธิของผู้ใช้แต่ละคน

ภาษาคอมพิวเตอร์ ( Computer  Languages ) 

                ในการเขียนโปรแกรมผู้ใช้จะต้องใช้ภาษาคอมพิวเตอร์เขียนโปรแกรม เรียกว่า  ซอฟต์แวร์  ขึ้นมา  โดยจะมีตั้งแต่ระดับภาษาเครื่องจนถึงภาษาธรรมชาติ  ได้แก่

                ภาษาเครื่อง ( Machine  Languages )  เป็นภาษาที่เครื่องเข้าใจมากที่สุด  ซึ่งจะมีลักษณะเป็นเลขฐานสอง คือ 0 กับ 1

 

                ภาษาสัญลักษณ์ ( Symbolic  Languages)  เมื่อคอมฯ ได้พัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ และมีผู้ใช้มากขึ้น  จึงมีคนมองเห็นว่าการที่จะเขียนโปรแกรมควบคุมคอมฯ ด้วยภาษาเครื่องนั้น  ทำให้การพัฒนาทางด้านซอฟต์แวร์เป็นไปได้ช้า จึงได้มีการพัฒนาภาษาสัญลักษณ์ขึ้น  เพื่อให้การเขียนโปรแกรมคอมฯ สะดวกยิ่งขึ้น   

                ภาษาระดับสูง ( High-Level  Languages )  เป็นภาษาที่พัฒนามาจากภาษาสัญลักษณ์อีกทีหนึ่ง  แต่จะมีลักษณะของภาษาที่คล้ายกับภาษามนุษย์มากยิ่งขึ้น  การแปลงภาษาระดับให้เป็นภาษาเครื่องนั้น เรียกว่า คอมไพล์

 

ตัวอย่างโปรแกรมที่ 1

                ภาษาธรรมชาติ ( Natural  Languages )  คือ ภาษาที่มนุษย์พูดกัน เช่น ภาษาอังกฤษ  ภาษาไทย  ภาษาจีน  เป็นต้น  ซึ่งคอมฯ  ไม่สามารถที่จะเข้าใจได้เลย

ขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรมด้วยภาษา 

                การพัฒนาโปรแกรมโดยใช้ภาษา มีอยู่ 3 ขั้นตอน  ได้แก่

                1.การเขียนและแก้ไขโปรแกรม  คือ  การนำคำสั่งต่างๆ ของภาษา มาเขียนเรียงต่อกัน  จนเป็นโปรแกรมที่ทำงานตามผู้ใช้ต้องการ

                2.คอมไพล์โปรแกรม เมื่อได้ Source  Files  แล้วและเมื่อต้องการรันโปรแกรมใด ๆ นั้น  ผู้ใช้จะต้องทำการแปลง Source  Files เหล่านั้น  ให้เป็นภาษาเครื่องก่อน

                3.การลิงค์โปรแกรม  ในภาษา นั้นจะมีฟังก์ชันต่าง ๆ  ที่เตรียมพร้อมมาให้ผู้ใช้ได้ใช้อยู่แล้ว  เมื่อคอมไพล์แล้วไม่มีข้อผิดพลาดประการใด  ตัวคอมไพล์จะทำการดึงโปรแกรมอื่นที่ถูกเรียกใช้จากโปรแกรมที่กำลังทำการลิงค์เข้ามารวมในโปรแกรมที่สมบูรณ์

การรันโปรแกรม

                เมื่อทำการลิงค์เสร็จแล้ว  โปรแกรมนั้นก็พร้อมที่จะรัน  และเมื่อรันโปรแกรมโดยใช้คำสั่งของระบบปฏิบัติงาน  โปรแกรมนั้นจะถูกโหลดลงสู่หน่วยความจำหลัก  จากนั้นก็ทำการรัน  ซึ่งเรียกว่า Loader

การพัฒนาโปรแกรม

                การพัฒนาโปรแกรมขึ้นมา  ไม่ใช่จะเขียนโปรแกรมได้เลย  เพราะการพัฒนาโปรแกรมนั้นจะมีขั้นตอน ที่เรียกว่า System  Development  Life  Cycle  โดยมีขั้นตอนดังนี้

                1.หาความต้องการของระบบ ( System  Requirements )  คือ  การศึกษาและเก็บความต้องการของผู้ใช้โปรแกรม  ว่ามีความต้องการอะไรบ้าง

                2.วิเคราะห์ ( Analysis ) คือ  การนำเอาความต้องการของผู้ใช้โปรแกรมมาวิเคราะห์ว่าจะพัฒนาเป็นโปรแกรมตามที่ต้องการได้หรือไม่

                3.ออกแบบ ( Design )  เมื่อสรุปได้แล้วว่าโปรแกรมที่จะสร้างมีลักษณะเป็นอย่างไรขั้นตอนต่อมาก็คือ การออกแบบการทำงานของโปรแกรมให้เป็นไปตามความต้องการที่วิเคราะห์ไว้

                4.เขียนโปรแกรม ( Code )  เมื่อได้ผังงานแล้ว  ต่อมาก็เป็นการเขียนโปรแกรมตามผังงานที่ออกแบบไว้

                5.ทดสอบ ( System  Test )  เมื่อเขียนโปรแกรมเสร็จแล้ว  จะต้องมีการทดสอบเพื่อหาข้อผิดพลาดต่าง ๆ

                6.ดูแล ( Mainteance ) เมื่อโปรแกรมผ่านการทดสอบแล้ว  ผู้พัฒนาจะต้องคอยดูแล เนื่องจากอาจมีข้อผิดพลาดที่หาไม่พบในขั้นตอนการทดสอบโปรแกรม

วีดีโอแนะนำ

 


แบบฝึกหัดก่อนเรียน : 
แบบฝึกหัดหลังเรียน :