เรื่อง “อุบัติเหตุจากการจราจร”

        อุบัติเหตุจากการจราจร  หมายถึง อุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากการจราจรทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ อุบัติเหตุจากการจราจรที่เกิดขึ้นบ่อยและใกล้ตัวคนไทย คือ อุบัติเหตุจากการจราจรทางบก ได้แก่ การใช้รถ ใช้ถนน และการโดยสารรถไฟ ส่วนอุบัติเหตุทางน้ำนั้นมีความรุนแรงรองลงมาสำหรับการจราจรทางอากาศยังเป็นเรื่องไกลตัวของคนไทย

ปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดอุบัติเหตุจากการจราจรทางบก

๑. การเพิ่มมากขึ้นของประชากร

๒. การมียานพาหนะเพิ่มมากขึ้น

๓. ถนนมีน้อย และการวางผังเมืองไม่ถูกต้อง

๔. กฎจราจรและการจัดระบบการจราจรไม่เหมาะสม

สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุจากการจราจร

๑.  พฤติกรรมของตัวบุคคล ซึ่งแยกออกได้เป็น

๑.๑ คนขับรถ เป็นสาเหตุที่สำคัญที่สุด และแก้ไขได้ยาก พฤติกรรมที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติภัย ได้แก่ 

-   ขับรถด้วยความประมาท  เช่น  แซงในที่ขับขัน  ไม่ลดความเร็วเมื่อถึงทางโค้งทางแยก

-   ขับรถด้วยความเร็วสูง  เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินไม่สามารถหยุดรถได้ทัน

-   ไม่ปฏิบัติตามกฎหรือสัญญาณไฟการจราจร เช่นขับรถฝ่าไฟแดง  จอดรถในที่ห้ามจอด

-   มีความผิดปกติทางด้านร่างกายและจิตใจ เช่นเมาสุรา ง่วงนอน กินยากระตุ้นประสาท  เช่นยาม้า 

๑.๒ คนโดยสาร คนเดินเท้า หรือสัตว์เลี้ยง  มีอุบัติภัยจำนวนมากที่เกิดจากคนโดยสาร คนเดินเท้า หรือสัตว์เลี้ยง เช่น การห้อยโหนรถโดยสาร การวิ่งข้ามถนนตัดหน้ารถยนต์ การเลี้ยงวัวเลี้ยงควายบริเวณริมถนน หรือการต้อนฝูงวัวฝูงควายไปตามถนนหลวง

๒. สภาพแวดล้อม ได้แก่

๒.๑ สภาพถนน ถนนที่ชำรุดอาจทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำได้ เช่น ถนนที่มีหลุมขนาดใหญ่ บริเวณคอสะพานทรุดตัว เมื่อรถวิ่งมาด้วยความเร็วจะกระแทกกับคอสะพานหรือตกหลุมทำให้รถเสียการทรงตัวได้

๒.๒ สภาพดินฟ้าอากาศ เช่น ฝนตก หรือหมอกลงจัด

๓. สภาพของรถยนต์ชำรุด บกพร่อง เช่น ยางระเบิด เบรคแตก เป็นต้น

แนวทางในการป้องกันอุบัติเหตุจากการจราจร

๑. ไม่ขับรถด้วยความเร็วสูงเกินที่กฎหมายกำหนด

๒. ไม่ขับรถตัดหน้าในระยะกระชั้นชิด

๓.  ไม่แซงรถอย่างผิดกฎหมาย

๔. ขับรถเปิดไฟหรือใช้แสงสว่างตามกำหนด

๕. ให้สัญญาณเมื่อจอดชะลอ หรือเลี้ยวรถ

๖. ไม่ฝ่าฝืนป้ายหยุดขณะออกจากทางร่วม ทางแยก

๗. ไม่ฝ่าฝืนสัญญาณไฟ หรือเครื่องหมายจราจร

๘. ถ้าขับช้าควรขับรถในช่องทางเดินรถซ้ายสุดในถนนที่มี ๔ ช่องทาง

๙. แสดงเครื่องหมาย หรือสัญญาณไฟกระพริบเมื่อรถเสีย

๑๐. ไม่บรรทุกน้ำหนักเกินอัตรา

๑๑. ขับรถไม่ชำนาญ หรือไม่เป็น ไม่ควรนำรถออกถนนใหญ่

              ๑๒. ควรตรวจตราสภาพรถและอุปกรณ์ให้พร้อมอยู่เสมอ หากมีอุปกรณ์ชำรุดควรซ่อมแซมหรือแก้ไขก่อน

๑๓. ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก่อนขับรถหรือในขณะขับรถ

๑๔. ไม่เสพสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท เช่น ยาบ้า ยากล่อมประสาท

๑๕. ไม่ขับรถขณะร่างกายอ่อนเพลีย เมื่อยล้า หรืออดนอน เพราะอาจทำให้หลับในได้

๑๖. ระวังสัตว์ หรือพาหนะตัดหน้ารถ เช่น สุนัข วัว ควาย

๑๗. ไม่ขับรถผิดช่องทาง

๑๘. ไม่ขับรถคร่อม หรือทับเส้นแนวแบ่งช่องทางเดินรถ

๑๙. ใช้ทางม้าลายหรือสะพานลอยทุกครั้งที่ข้ามถนน

๒๐. ถ้าถนนไม่มีทางเดินเท้า ให้เดินทางขวามือสวนทางกับรถทุกครั้ง

๒๑. ถ้าเดินทางในเวลากลางคืน ควรสมเสื้อผ้าสีสด ๆ หรือสีสะท้อนแสง

๒๒. ไม่ควรปล่อยให้เด็กเดินข้ามถนนตามลำพัง

๒๓. ผู้สูงอายุและเด็กเดินข้ามถนนควรรอให้ถนนว่างจริง ๆ เสียก่อน

๒๔. คาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งที่ขับรถ

๒๕. สวมหมวกกันน๊อคก่อนขับขี่รถทุกครั้งทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

               ๒๖. ดูแลตรวจตราท่าเทียบเรือต้องอยู่ในสภาพดี ถ้าหากชำรุดให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ท่าเรือแก้ไข

              ๒๗. ปฏิบัติตามคำแนะนำของการโดยสารเรืออย่างเคร่งครัด

๒๘. ไม่รับผู้โดยสารเรือเกินน้ำหนัก

๒๙. ดูแลเรือให้อยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ

๓๐. ออกเรือเมื่อผู้โดยสารขึ้นเรือเรียบร้อยแล้ว

๓๑. ไม่ขับเรือเร็วเกินไป หรือขับแข่งกัน

๓๒. ผู้โดยสารเด็กต้องดูแลอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้พลาดตกน้ำ

๓๓. อย่านั่งบนกาบเรือเพราะอาจพลัดตกน้ำได้

๓๔. ลดความเร็วเมื่อขับสวนทางกับเรือลำอื่น ๆ เพราะแรงคลื่นทำให้เรือล่มได้

๓๕. ไม่แย่งกันขึ้นท่าเรือจะทำให้เรือเอียงและอาจล่มได้

๓๖. หากว่ายน้ำไม่เป็นควรหัดว่ายน้ำเผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้ปลอดภัย

๓๗. กรณีที่พบเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ โทรแจ้ง ๑๑๖๙, ๐–๒๙๕๑–๐๒๘๒

 

ที่มา : สถาบันการแพทย์ด้านอุบัติเหตุและสาธารณภัย, ๒๕๔๓ : ๔–๑๖

 

เรื่อง “อุบัติภัยและภัยสาธารณะ”

หลักการปฏิบัติตนเพื่อความปลอดภัยจากอุบัติภัยและภัยสาธารณะ

การเดินทางทางน้ำ

หลักการปฏิบัติตนเพื่อความปลอดภัยจากการเดินทางทางน้ำ

๑. ผู้บริการห้ามรับผู้โดยสารเกินกำหนด

๒. ภายในเรือต้องจัดเตรียมเสื้อชูชีพประจำแต่ละที่นั่งให้พร้อม

๓. จัดเจ้าหน้าที่คอยควบคุมการขึ้นลงโป๊ะ  การเทียบเรือ  การบรรทุกผู้โดยสาร

การป้องกันอุบัติเหตุจากการเดินทางทางน้ำ

๑. การให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีเดินทางน้ำอย่างปลอดภัยและฝึกหัดว่ายน้ำสำหรับผู้เดินทางทางน้ำเป็นประจำ

๒. การปรับปรุงทางด้านวิศวกรรม  ได้แก่  การปรับปรุงโป๊ะให้มีความมั่งคงแข็งแรง  และจัดพื้นที่บนบกสำหรับพักเพื่อรอลงเรือของผู้โดยสาร

๓. การบังคับให้ปฏิบัติตามกฎหมาย  ได้แก่  เรือรับจ้างบรรทุกคนโดยสารต้องตรวจสภาพตัวเรือทุกๆ ๖ เดือน

 

ไฟไหม้อาคาร

หลักการปฏิบัติตนเพื่อความปลอดภัยจากไฟไหม้อาคาร

๑. หาทางหนีโดยเร็วที่สุด ให้ใช้บันไดเป็นทางหนีไฟ อย่าใช้ลิฟต์

๒. ถ้าติดอยู่ในห้องที่เต็มไปด้วยควันไฟ หมอบตัวลงระนาบกับพื้น รีบคลานไปที่หน้าต่าง หายใจสั้นๆ ทางจมูก อย่าหายใจทางปาก ตั้งสติให้ดี อย่าตกใจ และตะโกนขอความช่วยเหลือ

๓. ใช้มือคลำประตูก่อนเปิด ถ้ารู้สึกร้อนอย่าเปิด

๔. อย่ากระโดดออกจากตึกทางหน้าต่างเพื่อหนีไฟ

๕. เมื่อเห็นคนจำนวนมากหนีไฟไปในทางเดียวกัน  จงพยายามหาทางออกอื่น เพราะอาจมีการเบียดเสียด หกล้ม และถูกเหยียบได้

๖. ถ้าเป็นบุคคลกลุ่มแรกๆ ที่หนีออกมา

การป้องกันอุบัติภัยจากไฟไหม้อาคาร

๑. การให้ความรู้เกี่ยวกับการกำจัดหรือควบคุมสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟไหม้  เช่น การใช้ไฟและความร้อนด้วยความระมัดระวัง มีการเตรียมพร้อมเพื่อป้องกันไฟไหม้ ฝึกวิธีปฏิบัติในการ “หนีไฟ” อย่างถูกต้อง รวมทั้งการอบรมเรื่องการใช้เครื่องดับเพลิง

๒. การปรับปรุงด้านวิศวกรรม โดยเน้นเรื่องการออกแบบก่อสร้างอาคารให้ถูกต้อง เช่น มีบันไดหนีไฟ ระบบไฟฉุกเฉิน ระบบระบายอากาศ

๓. การบังคับให้ปฏิบัติตามกฎหมาย  โดยเน้นปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร  พ.ศ. ๒๕๒๒  และพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ( ฉบับที่ ๒ ) พ.ศ. ๒๕๓๕

 

แผ่นดินไหว

หลักการปฏิบัติตนเพื่อความปลอดภัยจากแผ่นดินไหว

๑. เตรียมไฟฉายพร้อมกับอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้นเก็บไว้ในที่หยิบใช้ได้สะดวก

๒. ตู้ รูปภาพติดผนัง ตู้เย็น โทรทัศน์ ควรผูกให้แน่น หรือให้ยึดติดกับผนัง

๓. ขณะเกิดแผ่นดินไหว

-หากอยู่ในบ้าน ให้ย้ายไปอยู่ในบริเวณของบ้านที่มีโครงสร้างแข็งแรง  และอยู่ห่างจากหน้าต่างประตู

- หากอยู่นอกบ้าน ให้ยืนอยู่ในที่โล่งห่างจากเสาไฟฟ้า และต้นไม้ใหญ่

- หากกำลังขับรถยนต์ ให้หยุดรถและอยู่ในรถจนกระทั่ง  การสั้นสะเทือนหยุด

- ห้ามใช้ลิฟต์ขณะเกิดแผ่นดินไหว

- รีบดับไฟในเตาหุงต้มหรือไฟตะเกียง เพื่อป้องกันไฟไหม้

๔. เมื่ออาการสั้นสงบลง

- ตรวจดูว่ามีใครได้รับบาดเจ็บ แล้วให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

- รีบออกจากตึกที่เสียหาย

- ตรวจดูท่อน้ำประปา ถังแก๊ส และสายไฟฟ้า

-  ถ้าเสียหายให้ปิดวาล์วและยกสะพานไฟ เปิดวิทยุ ฟังคำแนะนำฉุกเฉิน

การป้องกันอุบัติภัยจากแผ่นดินไหว

๑. การให้ความรู้เกี่ยวกับสาเหตุของแผ่นดินไหว หลักการปฏิบัติตนเพื่อความปลอดภัยจากแผ่นดินไหว

๒. จัดตั้งสถานีตรวจแผ่นดินไหว เพื่อตรวจวัดการสั่นสะเทือนของพื้นดิน และแจ้งข่าวเตือนโดยมีกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรับผิดชอบในการจัดตั้งสถานี

๓. การบังคับให้ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยประกาศใช้กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๙ (พ.ศ.๒๕๔๐)

 

ตึกถล่ม

หลักการปฏิบัติภัยจากแผ่นดินไหว

๑. ระมัดระวังเมื่อเข้าไปอยู่ภายในอาคารที่มีรอยร้าว

๒. รีบออกจากตึกให้เร็วที่สุดเมื่อส่วนประกอบต่างๆ ของตัวอาคารมีเสียงดังลั่น การป้องกันอุบัติภัยจากตึกถล่ม

๑. การให้ความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างของอาคารที่ก่อสร้างได้มาตรฐานทางวิชาการ  และโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติภัยจากตึกถล่ม

๒. การปรับปรุงด้านวิศวกรรม ได้แก่ การต่อเติมอาคาร หรอสร้างอาคารต้องได้มาตรฐานความปลอดภัย

๓. การบังคับให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ได้แก่ การปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒

 

หนังสืออ้างอิง

 

สมหมาย แตงสกุล และธาดา วิมลวัตรเวที. ๒๕๔๔. สุขศึกษาและพลศึกษา. กรุงเทพฯ : วัฒนาพาณิช.

 


แบบฝึกหัดก่อนเรียน : 
แบบฝึกหัดหลังเรียน :