นิทานพื้นบ้าน คือ ?
       นิทานพื้นบ้าน หมายถึง เรื่องเล่าที่เล่าสืบต่อกันมา ดั้งเดิมนั้นถ่ายทอดกันด้วยมุขปาฐะ( การเล่าปากต่อปากกันมา การบอกเล่าต่อๆกันมา โดยมิได้เขียนเป็นลายลักษณ์ ) แต่ก็มีอยู่มากที่บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร และนิทานพื้นบ้านต้องเล่าด้วยถ้อยคำธรรมดา ภาษาชาวบ้านทั่วๆไป เป็นเรื่องเล่าต่อๆกันมาช้านาน หลายชั่วอายุคน ไม่สามารถรู้ได้ว่าใครเป็นคนเล่าดั้งเดิม ต้นเรื่อง

วัตถุประสงค์ในการเล่า นิทานพื้นบ้าน คือ ?
       เพื่อให้เกิดความบันเทิง ความสนุกสนานเบิกบานใจ ผ่อนคลายความตึงเครียด เป็นคติเตือนใจ ช่วยอบรมบ่มนิสัย ช่วยให้เข้าใจสิ่งแวดล้อมและปรากฏการณ์ธรรมชาติ เพื่อเสริมศรัทธาในศาสนา เทพเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์

เนื้อเรื่องของ นิทานพื้นบ้าน ?
       เนื้อเรื่องของนิทานเป็นเรื่องนานาชนิดแตกต่างกันไป อาจเป็นเรื่องเกี่ยวกับการผจญภัย ความรัก ความโกรธ เกลียด ริษยา อาฆาต ตลกขบขัน หรือแม้แต่เรื่องแปลกประหลาดผิดปกติธรรมดา

ลักษณะของตัวละครในเรื่อง ?
       มีลักษณะต่างๆกัน อาจเป็นคน ยักษ์ ครุฑ นาค เจ้าหญิง เจ้าชาย อมนุษย์ แม่มด เทวดา นางฟ้า แต่ให้มีความรู้สึกนึกคิด พฤติกรรมต่างๆเหมือนคนทั่วไป หรืออาจจะเหมือนที่เราอยากจะเป็น

นิทานพื้นบ้านแต่ละท้องถิ่น
       นิทานในแต่ละท้องถิ่นมีเนื้อเรื่องส่วนใหญ่คล้ายคลึงกัน เพราะเมื่อนิทานตกไปอยู่ในท้องถิ่นใดก็มักมีการปรับเนื้อเรื่องให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมของถิ่นนั้น ส่วนรายละเอียดจะแตกต่างไปบ้างตามสภาพแวดล้อม และอิทธิพลของวัฒนธรรมความเชื่อของ แต่ละท้องถิ่น
 

นิทานพื้นบ้าน

นิทานพื้นบ้าน

ความหมายของนิทานพื้นบ้าน

“นิทาน” ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 (2546, หน้า 588) อธิบายความหมายไว้ว่า “นิทาน คือ เรื่องที่เล่ากันมา เช่น นิทานชาดก และนิทานอีสป เป็นต้น”

นิทานพื้นบ้าน

ภาพประนิทานพื้นบ้านเรื่อง โสนน้อยเรือนงาม

นอกจากนี้ยังมีท่านผู้รู้อธิบายความหมายไว้คล้ายๆกัน เช่น

       กิ่งแก้ว อัตถากร (2519, หน้า 12) อธิบายว่า นิทาน หมายถึง เรื่องเล่าสืบต่อกันมาเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ส่วนใหญ่ถ่ายทอดด้วยวิธีมุขปาฐะ แต่ก็มีอยู่ส่วนมากที่บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ และนอกจากนี้ยังอธิบายว่านิทานเป็นเรื่องเล่าทั่วไป มิได้จงใจแสดงประวัติความเป็นมา จุดใหญ่เล่าเพื่อความสนุกสนาน บางครั้งก็จะแทรกคติเพื่อสอนใจไปด้วย นิทานมิใช่เรื่องเฉพาะเด็ก นิทานสำหรับผู้ใหญ่ก็มีจำนวนมาก และเหมาะสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น
       กุหลาบ มัลลิกะมาส (2518, หน้า 99-100) กล่าวถึง “นิทาน” ไว้ในหนังสือคติชาวบ้านว่า นิทานเป็นวรรณกรรมมุขปาฐะที่เล่าสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน เพื่อความสนุกสนานเบิกบานใจ ผ่อนคลายความตึงเครียด เพื่อเสริมศรัทธาในศาสนา เทพเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นคติเตือนใจ ช่วยอบรมบ่มนิสัย ช่วยให้เข้าใจสิ่งแวดล้อมและปรากฏการณ์ธรรมชาติ เนื้อเรื่องของนิทานเป็นเรื่องนานาชนิด อาจเป็นเรื่องเกี่ยวกับการผจญภัย ความรัก ความโกรธ เกลียด ริษยา อาฆาต ตลกขบขัน หรือเรื่องแปลกประหลาดผิดปกติธรรมดา ตัวละครในเรื่องก็มีลักษณะต่างๆกัน อาจเป็นคน สัตว์ เจ้าหญิง เจ้าชาย อมนุษย์ แม่มด นางฟ้า แต่ให้มีความรู้สึกนึกคิด พฤติกรรมต่างๆเหมือนคนทั่วไปหรืออาจจะเหมือนที่เราอยากจะเป็น เมื่อนิทานตกไปอยู่ในท้องถิ่นใดก็มักมีการปรับเนื้อเรื่องให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมของถิ่นนั้น นิทานในแต่ละท้องถิ่นจึงมีเนื้อเรื่องส่วนใหญ่คล้ายคลึงกัน คือ สภาพความเป็นมนุษย์ อารมณ์ ความรู้สึกรัก เกลียด ความโง่ ฉลาด ขบขัน อาฆาตแค้น หรือทุกข์ สุข ส่วนรายละเอียดจะแตกต่างไปบ้างตามสภาพแวดล้อมและอิทธิพลของวัฒนธรรมความเชื่อของ แต่ละท้องถิ่น
       สุมามาลย์ พงษ์ไพบูลย์ (2542, หน้า 7) กล่าวว่า นิทานเป็นคำศัพท์ภาษาบาลี หมายถึง คำเล่าเรื่อง ไม่ว่าเป็นเรื่องประเภทใด แต่อยู่ที่ลักษณะการเล่าที่เป็นกันเอง แม้จะเป็นข้อเขียนก็มีลักษณะคล้ายกับการเล่าที่เป็นวาจา โดยใช้ภาษาพูดหรือภาษาปากในการเล่า

       กล่าวโดยสรุป นิทาน คือ เรื่องเล่าที่มนุษย์ผูกเรื่องขึ้นด้วยภูมิปัญญา โดยส่วนใหญ่จะถ่ายทอดด้วยวิธีมุขปาฐะ เนื้อเรื่องมีหลากหลายและใช้เล่าเพื่อจุดประสงค์ต่างๆกัน ตามโอกาสและสภาพแวดล้อมของแต่ละท้องถิ่น คำที่ใช้เรียกนิทานมีต่างๆกันไป เช่น นิทานชาวบ้าน นิทานพื้นบ้าน นิทานพื้นเมือง วรรณกรรมมุขปาฐะ เป็นต้น ในที่นี้จะใช้ว่านิทานพื้นบ้าน

ลักษณะของนิทานพื้นบ้าน

       นิทานพื้นบ้านมีลักษณะเฉพาะที่เห็นเด่นชัด คือ เป็นเรื่องเล่าที่มีการดำเนินเรื่องอย่างง่ายๆโครงเรื่องไม่ซับซ้อน วิธีการที่เล่าก็เป็นไปอย่างง่ายๆตรงไปตรงมา มักจะเริ่มเรื่องโดยการกล่าวถึงตัวละครสำคัญของเรื่อง ซึ่งอาจจะเป็นรุ่นพ่อ-แม่ของพระเอกหรือนางเอก แล้วดำเนินเรื่องไปตามเวลาปฏิทิน ตัวละครเอกพบอุปสรรคปัญหา แล้วก็ฟันฝ่าอุปสรรคหรือแก้ปัญหาลุล่วงไปจนจบเรื่อง ซึ่งมักจะจบแบบมีความสุข หรือสุขนาฏกรรม ถ้าเป็นนิทานคติ ก็มักจะจบลงว่า “นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…..” ถ้าเป็นนิทานชาดกก็จะบอกว่าตัวละครสำคัญของเรื่องในชาติต่อไป ไปเกิดเป็นใครบ้าง ถ้าเป็นนิทานปริศนาก็จะจบลงด้วยประโยค คำถาม ลักษณะของนิทานพื้นบ้าน กุหลาบ มัลลิกะมาส (2518, หน้า 99-100) ได้สรุปไว้ดังนี้

  1. เป็นเรื่องเล่าด้วยถ้อยคำธรรมดา เป็นภาษาร้อยแก้วไม่ใช่ร้อยกรอง
  2. เล่ากันด้วยปากสืบทอดกันมาเป็นเวลาช้านาน และเมื่อการเขียนเจริญขึ้น ก็อาจมีการเขียนขึ้นตามเค้าเดิมที่เคยเล่าด้วยปาก
  3. ไม่ปรากฏว่าผู้เล่าดั้งเดิมเป็นใคร อ้างแต่ว่าเป็นของเก่าฟังมาจากผู้เล่า ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญยิ่งในอดีตอีกต่อหนึ่ง ผิดกับนิยายสมัยใหม่ที่ทราบตัวผู้แต่ง แม้นิทานที่ปรากฏชื่อ ผู้แต่งเช่น นิทานของกริมม์ ก็อ้างว่าเล่าตามเค้านิทานที่มีมาแต่เดิมไม่ใช่ตนแต่งขึ้นเอง

เจือ สตะเวทิน (2517, หน้า 16) ให้คำอธิบายลักษณะสำคัญของนิทานพื้นเมือง ไว้ดังนี้

  1. ต้องเป็นเรื่องเก่า
  2. ต้องเล่ากันด้วยภาษาร้อยแก้ว
  3. ต้องเล่ากันด้วยปากมาก่อน
  4. ต้องแสดงความคิด ความเชื่อของชาวบ้าน
  5. เรื่องจริงที่มีคตินับอนุโลมเป็นนิทานได้เช่น มะกะโท ชาวบ้านบางระจัน เป็นต้น

       โดยนัยดังกล่าวจะเห็นได้ว่าลักษณะที่สำคัญที่สุดของนิทานพื้นบ้านคือเป็นเรื่องเล่าที่สืบทอดกันมาด้วยปากและไม่ทราบว่าผู้ใดแต่ง

ประเภทของนิทานพื้นบ้าน

       การแบ่งประเภทของนิทานพื้นบ้านนั้น กระทำโดยจัดกลุ่มนิทานที่มีเนื้อหาหรือรูปแบบคล้ายกันซึ่งแบ่งเป็น ๗ ประเภทคือ

๑. นิทานมหัศจรรย์
๒. นิทานวีรบุรุษ
๓. นิทานประจำถิ่น
๔. นิทานอธิบายเหตุ
๕. เทพนิยายหรือนิทานเทวปกรณ์
๖. นิทานสอนใจ
๗. นิทานมุขตลก

นอกจากนี้ยังอาจมีนิทานเบ็ดเตล็ดอื่นๆอีก เช่น

       - นิทานเข้าแบบ เป็นนิทานที่สร้างเรื่องเข้าแบบไว้ เพื่อความสนุกสนานแก่ผู้เล่าและผู้ฟังได้มีโอกาสต่อเนื้อความกัน หรือลองเชาวน์ปัญญากันด้วย เช่น

       - นิทานลูกโซ่ เนื้อเรื่องของนิทานจะเล่าวนเวียนกลับมาที่เรื่องเดิม เช่น เรื่องยายกับตาปลูกถั่วปลูกงาให้หลานเฝ้า เป็นต้น
       - นิทานหลอกคนฟัง นิทานที่ผู้เล่าและผู้ฟังโต้ตอบกันตามแบบแผน เช่น
ผู้เล่า : มีหญิงสาวผู้เฉิดโฉมคนหนึ่ง
ผู้ฟัง : นั่นฉันเอง (ตอบทุกประโยคเหมือนกัน)
ผู้เล่า : เธอสวยงามยิ่งนัก
ผู้ฟัง : นั่นฉันเอง
ฯลฯ
ผู้เล่า : เธออุ้มลิงตัวหนึ่ง
ผู้ฟัง : นั่นฉันเอง

       - นิทานไม่รู้จบ เป็นนิทานหลอกคนฟังอีกแบบหนึ่ง คือเริ่มต้นเรื่องให้มีเนื้อหาเกี่ยวกับกิจกรรมที่ต้องทำทุกวัน เพื่อหลอกคนฟังให้คอยเนื้อความที่จะดำเนินเรื่องต่อไป แต่ผู้เล่าก็พยายามเล่าซ้ำๆอยู่นั่นเอง เช่น
“วันหนึ่งฉันเห็นนกคาบเม็ดข้าว ๑ เมล็ด วันที่สองฉันเห็นนกคาบเมล็ดข้าว ๒ เมล็ด…” เล่าไปเรื่อยๆจนคนฟังเบื่อหน่ายเอง

       - นิทานเรื่องผี เป็นนิทานที่มีผีเป็นตัวละครและแสดงบทบาทร่วมกับมนุษย์ เช่น แม่นาคพระโขนง ผีกองกอย กระสือ ปอบ เป็นต้น

       - นิทานชีวิต เป็นนิทานที่มีฉากอยู่ในแดนมนุษย์ บ่งบอกสถานที่และตัวละครชัดเจนมีเนื่อเรื่องค่อนข้างยาวหลานตอนจบ มักมีเรื่องอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์อยู่ด้วย แต่ผู้ฟังก็เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง หรือเชื่อว่าเป็นไปได้มากกว่านิทานมหัศจรรย์ นิทานชีวิตของไทยมีไม่มากนัก เช่น ขุนช้างขุนแผน ไกรทอง เป็นต้น

       - นิทานสัตว์ นิทานประเภทนี้มีจำนวนมากทั้งนิทานไทย และนิทานต่างประเทศ แม้ว่าแนวเรื่องจะตรงกัน คือเป็นนิทานแนวคติธรรม แต่เมื่อพิจารณาด้านการสร้างแบบเรื่องของไทย นิทานสัตว์ของไทยมีทั้งนิทานอธิบายเหตุและนิทานสอนใจที่ปรับมาจากชาดก

 

 

 


แบบฝึกหัดก่อนเรียน : 
แบบฝึกหัดหลังเรียน :