ความหมาย

            งานเขียนแบบเป็นสาขาวิชาหนึ่งที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมเพื่อแสดงรูปร่างลักษณะและรูปร่างขนาดของสิ่งของการเขียนแบบเป็นการแสดงให้เห็นภาพอย่างชัดเจนทั้งลักษณะรูปร่างและสัดส่วน

                 ดังนั้นงานเขียนแบบจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ในงานช่างอุตสาหกรรมและงานสร้างสรรค์ต่างๆเรียกได้ว่าวิชาเขียนแบบเป็นหัวใจของงานช่างทุกชนิดแม้แต่ในสมัยโบราณที่งานเขียนแบบยังไม่เจริญเท่าในปัจจุบันแต่งานช่างก็ได้พยามถ่ายทอดความคิดลงในแผ่นหินโดยที่ได้แยกให้เห็นส่วนชัดเจนซึ่งไม่สะดวกในการทำงานแต่ก็ยังดีกว่าที่จะทำงานโดยไม่มีแบบแผนเสียเลย

มาตราส่วน

ในงานเขียนแบบมาตราส่วน เป็นการเขียนแบบชิ้นงานให้มีขนาดพอเหมาะ

กับกระดาษเขียนแบบ และสามารถเห็นรายละเอียดได้ชัดเจนสมบูรณ์ โดยใช้

สัดส่วนตามตัวเลข ซึ่งตัวเลขตัวหน้าคือขนาดที่เขียนลงในแบบงานและตัวเลข

ตัวหลังคือขนาดของชิ้นงานจริง มี 3 รูปแบบ ดังนี้

 1. มาตราส่วนจริง คือมาตราส่วนที่ภาพเขียนแบบกับชิ้นงานจริงมีขนาดเท่ากัน

     ซึ่งมีอยู่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น คือ   

                           1 : 1

 2. มาตราส่วนย่อ คือมาตราส่วนที่ภาพเขียนแบบย่อเล็กลงจากชิ้นงานจริง เช่น

               1 : 20       1 : 100       1 : 500    

    หมายความว่าวัตถุจริงมีขนาด  20 ส่วน แต่เขียนลงในกระดาษ   1 ส่วน 

 

3. มาตราส่วนขยาย คือมาตราส่วนที่ภาพเขียนแบบขยายใหญ่ขึ้นจากชิ้นงานจริง

              20:1     50 : 1        100 : 1

   หมายความว่าวัตถุจริงมีขนาด 1 ส่วน แต่เขียนลงในกระดาษ   20  ส่วน
 
เครื่องมือเขียนแบบ
 
โต๊ะเขียนแบบ
 
โต๊ะเขียนแบบที่นิยมใช้กันจะมีขนาดอยู่ที่กว้างประมาณ 60 ซม.ยาว
 
 

ไม้ที

 
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ฉากแบบตายตัว

 วงเวียน

 

 

 

 

ดินสอ

กระดาษเขียนแบบ

                    

 

               

 

รูป ISOMETRIC เป็นรูปที่มองเห็นด้านต่างๆของรูป 3 ด้าน คือ ด้านบน ด้านหน้า ด้านข้าง

    โดยยกด้านข้างของรูปทั้ง 2 ด้าน ทำมุม 30 องศา(รูปสำเร็จอยู่ในขั้นตอนการสร้างช่องที่ 6)

  มีขั้นตอนการสร้างดังนี้

1. ตีกรอบตีตารางให้เรียบร้อย

2. แบ่งพื้นที่ใช้งานออกเป็น  6  ช่องเท่ากัน                                          

3.กำหนดเส้นระดับ 2 เส้นห่างจากเสนด้านล่าง 2 ซม.

     ช่องที่1    1. ลากเส้นเอียง 30 องศา ไปทางซ้าย 1 เส้น

                     2. ลากเส้นเอียง 30 องศา ไปทางขวา 1 เส้น

   

    ช่องที่2    1. สร้างเหมือนช่องที่ 1

                     2. ลากเส้นตั้งฉากจากจุดกลาง 1 เส้น

                     3. วัดจากจุดกลางไปทางซ้าย 2ซม. จากนั้นลากเส้นตั้งฉาก 1 เส้น

                     4. วัดจากจุดกลางไปทางขวา 3ซม. ลากเส้นตั้งฉาก 1 เส้น

 

    ช่องที่3   1. ทำเหมือนช่องที่  2

                     2. วัดจากจุดกลางขึ้นไป 4 ซม.ลากเส้นเอียง30 องศา   ทางช้าย1เส้น

                     3. จากจุดเดิมลากเส้นเอียงทางขวา 1 เส้น

         ช่องที่4      1. ทำเหมือนช่องที่  3

                      2. จุดตัดที่ 1 ลากเส้นเอียง 30 องศาทางขวา 1 เส้น

                      3. จุดตัดที่ 2 ลากเส้นเอียง 30 องศาทางซ้าย 1 เส้น

 

                       ช่องที่5    ลงเส้นหนักตามเส้นสีแดง

 

                       ช่องที่6    ใส่เส้นบอกขนาด

 

                                                                            

 

 

การใส่เส้นบอกขนาดรูปสี่เหลี่ยมแบบ ISOMETRIC

วิธีใส่เส้นบอกขนาดด้านหน้าและด้านข้าง

 

          1.1 วัดจากจุดกึ่งกลางของรูปลงด้านล่าง 1.5 ซม.

          1.2 จากจุด 1.5 ซม.ลากเส้นเอียง 30 องศาทางซ้าย 1 เส้นและลากเส้นเอียงทางขวา 1 เส้น

 

          1.3  จะได้จุดตัดด้านหน้า 1 จุด ด้านข้าง 1 จุด

          1.4 ลงเส้นเต็มจากจุดกึ่งกลางถึงจุดตัดทั้ง 2 ด้าน

            1.5 ใส่หัวลูกศรทั้งด้านหัวและด้านท้ายของเส้นทั้งด้านหน้าและด้านข้าง

           1.6 ใส่เส้นกำหนดขนาดที่หัวลูกศรทุกจุด ความยาวของเส้นกำหนดขนาด 0.5 ซม

           1.7 ใส่เส้นบอกขนาดความสูงของเส้น โดยให้ห่างจากตัวรูป 1.5 ซม.ลากเส้นตั้งฉาก    ขนานกับตัวรูป  จากนั้น ใส่หัวลูกศรและเส้นกำหนดขนาดเหมือนกับด้านหน้า

           1.8 ใส่ตัวเลขตามขนาดที่กำหนดไว้ใต้เส้นบริเวณกึ่งกลางเส้น

 

 

                                                                   

           

ขั้นตอนการสร้างรูปสี่เหลี่ยมแบบ  OBLIQUE

 กำหนดขนาดเป็น ด้านหน้า 4 ซม. ด้านข้าง  6 ซม. และความสูง 2 ซม.โดยมีขั้นตอนดังนี้

         1. ลากเส้นตั้งฉากให้ตัดกับเส้นระดับ

         2. วัดจากจุดตัดที่1 มาทางขวา 4 ซม. จากเส้นตั้งฉาก

         3. ลากเส้นเอียงทำมุม 45 องศาที่จุดที่ 2

         4. ลากเส้นเอียงทำมุม 45 องศาที่จุดที่ 1

         5. วัดความสูงจากจุดที่ 1 ขึ้นไป 2 ซม. ลากเส้นเชื่อมเส้นตั้งฉากทั้ง 2 เส้น จะได้จุดตัดที่ 3และ 4

         6. ลากเส้นเอียงทำมุม 45 องศา จากจุดที่ 3 และ 4

         7. วัดจากจุดที่ 2 ไปตามเส้นเอียง 6 ซม. ลากเส้นเชื่อม เส้นเอียง 45 องศา ด้านล่างจะได้จุดตัดที่ 5 และ 6

         8. ลากเส้นตั้งฉากจากจุดที่ 5 และ 6 จะได้จุดตัดที่ 7 และ 8

         9. ลากเส้นเชื่อมจุดที่ 7 และ 8

        10. ลงเส้นเต็มตามรูป เส้นสีดำ

 

                                                             

ขั้นตอนการสร้างภาพฉาย

ORTHOGRAPHIC

  เป็นวิธีการแยกส่วนต่างๆของรูปไม่ว่าจะเป็น ISOMETRIC หรือ OBLIQUE โดยการแยกส่วนต่างๆ

นั้นจะแยกเป็นด้านๆ ได้แก่ ด้านบน(TOP VIEW) ด้านหน้า (FRONT VIEWX) และด้านข้าง(SIDE VIEW)

             

                            

 

ขั้นตอนการวางตำแหน่งภาพฉาย

จากรูปสี่เหลี่ยม ISOMETRIC ขนาดด้านหน้า 32 ซม. ด้านข้าง 4 ซม. 

และสูง 5 ซม. มีวิธีการวางตำแหน่งภาพฉายดังนี้

1.  วัดจากกรอบด้านบนลงมา 2 ซม.

  2.   วัดจากกรอบด้านซ้ายเข้ามา 2 ซม.

  3.    ลากเส้นตั้งฉาก 1 เส้น

  4.    ลากเส้นนอน 1 เส้น

  5.    จากจุดตัดที่ 1 วัดมาทางซ้าย 3 ซม. ลากเส้นตั้งฉาก 1 เส้น

  6.    จากจุดตัดที่ 1 วัดลง 5 ซม. ตีเส้นนอน 1 เส้น จะได้รูปด้านหน้า

  7.   จากจุดตัดที่ 2 วัดลง 4 ซม. ตีเส้นนอน 1 เส้น

   8.    จากจุดตัดที่ 3 วัดลง 4 ซม. ตีเส้นนอน 1 เส้น จะได้รูปด้านบน

   9.     จากจุดตัดที่ 4 วัดมาทางขวา 4 ซม. ตีเส้นตั้งฉาก 1 เส้น

  10.   จากจัดตัดที่ 5 ใช้ฉากมุม 45 องศา ตีเส้นเอียงตัดกับเส้นล่าง จะได้จุดตัดที่ 6

 

                                    

 

 

การใส่ชื่อภาพ

1. แบ่งครึ่งระหว่างภาพด้านหน้าและด้านบน ตีช่องให้มีความกว้าง 0.5 ซม.

 

2. ตีช่องให้มีความกว้าง 0.5 ซม.ใต้ภาพด้านบน โดยให้ห่างจากภาพด้านบน  0.5 ซม.

3. เขียนชื่อภาพดังนี้

  3.1  FRONT  VIEW

  3.2  TOP  VIEW

  3.3   SIDE  VIEW

 

การเขียนภาพ   Isometric และ  Oblique

 


แบบฝึกหัดก่อนเรียน : การเขียนแบบเบื้องต้น
แบบฝึกหัดหลังเรียน : การเขียนแบบเบื้องต้น