ความไพเราะของเสียงดนตรี
การรับรู้ถึงความไพเราะของเสียงดนตรีของคนเรานั้น จะไม่เท่ากัน เช่น เมื่อฟังเพลงเดียวกัน บางคนอาจบอกว่าไพเราะ แต่บางคนอาจบอกว่าไม่ไพเราะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ ความรู้ในหลักการฟังเพลงของแต่ละคน ซึ่งอาจจะไม่เหมือนกัน
การฟังเพลงเพื่อรับรู้ความไพเราะของดนตรีมีจุดประสงค์ 2 ประการ คือ
1.  การฟังเพื่อจำแนก เป็นการฟังเพื่อบอกลักษณะของดนตรี สามารถบอกได้ว่าเพลงหรือดนตรีที่ฟังนั้นมีทำนองเพลงอย่างไร มีจังหวะในการบรรเลงแบบใด มีรูปแบบเพลงประเภทใด รวมทั้งสามารถบอกชนิดของเครื่องดนตรีที่ใช้ในการบรรเลงได้
2.  การฟังเพื่อศึกษา เป็นการฟังเพื่อศึกษาองค์ ประกอบของเพลงซึ่งได้แก่ จังหวะ ทำนอง การประสานเสียง รูปแบบของเพลงซึ่งได้แก่ จังหวะ ทำนอง การประสานเสียง รูปแบบของเพลง รวมทั้งสามารถบอกได้ว่าองค์ประกอบดังกล่า มีอานุภาพสอดคล้องสัมพันธ์กันอย่างไร และมีส่วนทำให้เกิดความไพเราะได้อย่างไร

หลักการฟังดนตรี
ความไพเราะของเสียงดนตรี นักเรียนสามารถสังเกตได้จากองค์ประกอบทางดนตรีหลายอย่าง เช่น
1.  เสียงของการขับร้อง ให้พิจารณาว่าเสียงขับร้องที่ร้องออกมานั้นถูกต้องตามจังหวะ ทำนอง อักขรวิธีหรือไม่ และน้ำเสียงที่ร้องสามารถถ่ายทอดอารมณ์ให้ผู้ฟังคล้อยตามได้มากน้อยเพียงใด
2.  เสียงของเครื่องดนตรี ให้สังเกตว่าในการบรรเลงเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นถูกต้องตามจังหวะ และทำนองของเพลงหรือไม่ ในการบรรเลงดนตรีเสียงของเครื่องดนตรีมีความสม่ำเสมอเพียงใด
3.  การประสานเสียง ให้พิจารณาเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นว่า มีการบรรเลงไปในทิศทางเดียวกัน สอดคล้องกลมกลืนกันหรือไม่
4.  การสื่อความหมาย ให้ฟังและพิจารณาว่าเนื้อเพลงหรือการบรรเลงดนตรี สามารถสื่อความหมายถ่ายทอดความรู้สึก ทำให้ผู้ฟังเข้าใจได้มากเพียงใด
นอกจากนี้ เราอาจจะพิจารณาถึงองค์ประกอบอื่น ๆ อีก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และจุดประสงค์ในการฟังของแต่ละคนด้วย

ขอบคุณที่มาจาก http://www.trueplookpanya.com/true/knowledge_detail.php?mul_content_id=2456

 


แบบฝึกหัดก่อนเรียน : แบบทดสอบดนตรี
แบบฝึกหัดหลังเรียน : แบบทดสอบดนตรี