ครานั้น พระองค์ทรงประทับนั่งขัดสมาธิ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ณ อุรุเวลาเสนานิคม เมืองพาราณสี หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก ทรงตั้งจิตอธิษฐานด้วยความแน่วแน่ว่า "แม้เลือดเนื้อจะเหือดแห้งไป ตราบใดที่ยังไม่บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ ก็จะไม่ลุกขึ้นจากสมาธิบัลลังก์" แม้จะมีหมู่มารเข้ามาขัดขวาง แต่ก็พ่ายแพ้พระบารมีของพระองค์กลับไป จนเวลาผ่านไปในที่สุดพระองค์ทรงบรรลุญาณ คือ
ปฐมยาม คือ ยามต้น ทรงบรรลุปุพเพนิวาสานุสติญาณคือ สามารถระลึกชาติได้
มัชฌิมยาม คือ ยามสอง ทรงบรรลุจุตูปปาตญาณ(ทิพยจักษุญาณ) คือ รู้เรื่องการเกิดการตายของสัตว์ทั้งหลายว่าเป็นไปตามกรรมที่กำหนดไว้
ปัจฉิมยาม คือ สุดท้าย ทรงบรรลุอาสวักขยญาณ คือ ความรู้ที่ทำให้สิ้นอาสวะ หรือกิเลส ด้วยอริยสัจ ๔ ได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค และได้ตรัสรู้ด้วยพระองค์เองเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเป็นศาสดาเอกของโลก ซึ่งวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ ตรงกับวันเพ็ญเดือน ๖ พระจันทร์เสวยฤกษ์วิสาขปุรณมี ขณะที่มีพระชนม์ ๓๕ พรรษา
ปัจจุบันเรียนกว่า "วันวิสาขบูชา"

แบบฝึกหัดก่อนเรียน : 
แบบฝึกหัดหลังเรียน :